Hair Magazine

50 ปีมิตร ถือธงนำฉายหนังไทยเก่าๆ

50 ปีมิตร ถือธงนำฉายหนังไทยเก่าๆ โดย มนัส กิ่งจันทร์

ผมอยู่กับหนังไทยเก่าๆ ฉายหนังไทยเก่าๆ มาหลายปี ถ้าวันนี้ ถามว่า เวลาที่จัดกิจกรรมฉายหนังไทยเก่าๆ นั้น หนังของพระเอกคนไหนที่ผู้คนพร้อมจะหยุดงานมาดูในโรงหนังมากที่สุด ก็ต้องตอบว่า หนังของพระเอกมิตร ชัยบัญชา ขนาดบางเรื่องแม้จะได้ออกเป็นแผ่นวีซีดี-ดีวีดีจำหน่ายแล้ว แต่ถ้าจัดฉายอีก ก็ยังมีคนมาดู พอถามไถ่เหตุผลที่มาดู ก็ได้ความว่า ชอบดูบนจอใหญ่ๆ ในโรงหนัง มันได้อารมณ์ ได้ความรู้สึกมากกว่าดูในจอทีวี

มาคิดๆ คิดว่า ทำไม ผู้คนถึงชอบที่จะดูหนังมิตร ชัยบัญชา แน่นอนว่าอย่างแรกๆ ก็คือ ความชอบ ข้อนี้ศึกษาได้จากอดีต สมัยที่มิตร ชัยบัญชา เป็นพระเอกในช่วงปี 2501-2513 นั้น ต้องยอมรับว่า มิตร ชัยบัญชา เป็นพระเอกที่ได้รับความนิยมอย่างมากและต่อเนื่องจริงๆ จะเรียกว่า มิตรผูกขาดการเป็นพระเอกก็ว่าได้ แม้แต่หนังบางเรื่องที่มิตรรับบทเป็นตัวพ่อแล้ว แต่ในใบปิดโฆษณาก็ยังขึ้นชื่อพระเอกว่า มิตร ชัยบัญชา เหมือนเดิม ส่วนถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ๆ ที่มาดูหนังมิตรก็มักจะตอบว่า อยากมาดู มาศึกษาว่า ทำไมคนรุ่นเก่าๆ ถึงชอบพระเอกมิตร ชัยบัญชา

ตามปกติแล้ว ดาราหนังแต่ละคนก็ย่อมจะมียุคที่รุ่งเรืองกับยุคที่โรยรา หากถามว่า มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตไปนานถึง 50 ปีแล้ว ทำไมผู้คนยังคิดถึง ยังจัดงานรำลึกกันทุกๆ ปี ข้อนี้ อาจเป็นไปได้ว่า มิตร ชัยบัญชา นั้นเสียชีวิตอย่างกะทันหันในขณะที่ยังเป็นพระเอกยอดนิยม ผู้คนก็เลยช๊อกและหยุดความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อมิตร ชัยบัญชา ไว้ตรงนั้นพอดี 50 ปีผ่านไป ผู้คนจึงยังพูดถึงมิตร เล่าเรื่องมิตรเหมือนกับมิตรเพิ่งจะเสียชีวิตไปได้ไม่นาน ดังนั้น ในวาระ 50 ปีแห่งการจากไปของพระเอกมิตร ชัยบัญชา เราจึงจะนำหนังมิตร ชัยบัญชา ที่ฟิล์มยังหลงเหลืออยู่กลับมาฉายใหม่ แม้ว่าหนังบางเรื่องจะไม่จบเรื่องก็ตาม

เหตุผลที่ต้องฉายหนังที่ไม่จบเรื่องนั้นก็เพราะว่าเราไม่สามารถจะหาฟิล์มหนังมิตรที่สมบูรณ์กว่านี้ได้อีกแล้ว หากเราไม่นำออกมาฉาย หนังมิตรเรื่องนั้นๆ ก็จะไม่มีโอกาสได้ฉายอีกเลย 50 ปีมิตร ชัยบัญชา จึงเป็นวาระพิเศษที่จะต้องเร่งฟื้นฟูชีวิตให้หนังมิตร ชัยบัญชา ที่ฟิล์มยังคงเหลือให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ฟังดู ก็เหมือนเป็นงานง่ายๆ แต่ความจริง เป็นงานที่ยากและท้าทายอย่างยิ่ง

 

ที่บอกว่า ยากและท้าทายนั้นก็เพราะว่าปัจจุบันฟิล์มหนังมิตร ชัยบัญชา หาได้ยากจริงๆ ส่วนใหญ่หนังที่มิตรแสดงจะเป็นหนัง 16 มม.ซึ่งเป็นระบบที่ไม่มีฟิล์มต้นฉบับ (ฟิล์มเนกาตีฟ) เพราะจะใช้ฟิล์ม 16 มม.ที่ถ่ายทำม้วนนั้นๆ ล้างและตัดต่อ ลำดับภาพ นำออกมาฉายได้เลย หนังมิตรจึงมีฟิล์มเพียงชุดเดียว สมัยนั้นหากจะมีการทำสำเนาฟิล์มเพิ่มเติมก็จะทำสำเนาอีกไม่เกิน 4-5 ชุดเพื่อส่งสายหนังตามภูมิภาคต่างๆ ฟิล์มเหล่านั้นก็จะถูกใช้ ถูกฉายไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่หนังโรง หนังกลางแปลง หนังขายยา ก็ฉายไปจนกว่าฟิล์มจะเสื่อมสภาพหรือหนังเรื่องนั้นๆ ตกรุ่น การตามหาฟิล์มหนังมิตร ชัยบัญชา ที่เคยออกฉายจำนวน 266 เรื่องนั้น จึงยากที่จะตามหาได้ นั่นเอง จึงเป็นที่มาของการคิดที่จะฉายหนังมิตรทุกๆ เรื่องที่ยังเหลือฟิล์มกลับมา

หนัง 16 มม.มิตร ชัยบัญชา นั้นจะเป็นหนังพากย์สดๆ ไม่มีการบันทึกเสียงพูดไว้ในฟิล์ม เวลาฉายก็จะมีนักพากย์มานั่งพากย์ นั่งทำเสียงเอฟเฟค เสียงแบ็กกราวน์กันสดๆ แต่โครงการที่จะฉายครั้งนี้ เราจะใช้วิธีบันทึกเสียงต่างๆ ลงไว้ในไฟล์หนังที่จะฉายแทนเพื่อความสะดวกในการฉาย แต่ว่าก่อนที่จะมีการบันทึกเสียงพากย์นั้น เราก็จะต้องอ่านปาก (แกะปาก) หนังเพื่อสร้างบทพากย์ขึ้นมาก่อนเพราะฟิล์มหนังมิตรที่หามาได้มานั้นมักจะไม่มีบทพากย์หนังติดมา นี่แหละที่บอกว่า เป็นงานที่ท้าทาย หนังบางเรื่องก็ไม่มีเรื่องย่อ เราไม่รู้แม้กระทั่งชื่อตัวแสดงในหนังว่าชื่ออะไรกันบ้าง ก็ต้องอาศัยดูหนังเรื่องนั้นๆ จนตกผลึกและก็ตั้งชื่อตัวละครขึ้นมาเอง ยากแต่ก็ต้องทำเพื่อให้หนังมิตรฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หนังไทยเก่าๆ ไม่ใช่จะมีแต่หนังมิตร ชัยบัญชา เพียงคนเดียว ในโอกาสวาระ 50 ปีแห่งการจากไปของมิตร ชัยบัญชานี้ เราจึงขยายแนวความคิดช่วยหนังออกไปถึงหนังไทยเก่าๆ เรื่องอื่นๆ ด้วยโดยโปรแกรมการฉายก็จะเป็นการนำหนังมิตร ชัยบัญชา ฉายควบกับหนังของพระเอกท่านอื่นๆ หรือจะเรียกว่า มิตร ชัยบัญชา กลับมาถือธงนำฉายหนังไทยเก่าๆ ก็ไม่ผิดโดยจะเริ่มฉายครั้งแรก วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2563 นี้

คราวนี้ ก็มารู้จักหนังเปิดโครงการเรื่องแรกนั่นคือ ดวงใจคนยาก

ดวงใจคนยาก นำแสดงโดย มิตร-โสภา-กิ่งดาว-บุษกร-เชาว์-เอื้อมเดือน-สุลาลีวัลย์-สมพงษ์-จำรูญ-ปราณีต-ก๊กเฮง-สมาชิกวงดนตรีสามศักดิ์ สร้างโดย พรสุรีย์ภาพยนตร์ โดย ป้าทองหรือสุลาวัลย์ สุวรรณฑัต เป็นผู้อำนวยการสร้าง แก้วฟ้า กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 9 พฤษภาคม 2511 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

ดวงใจคนยาก นี้ เราพบกากฟิล์มเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2556 จำนวน 2 ม้วนที่จังหวัดขอนแก่นโดยคุณโอ เทพมงคลและคุณอุ้ย ธวัชชัย เป็นผู้ติดต่อประสานให้ จากการตรวจดูกากฟิล์มแล้ว เข้าใจว่า เป็นฟิล์มเก่าเก็บของคนเคยฉายหนัง 16 มม.มาก่อน เมื่อเขาเลิกฉายแล้ว ก็ยังเก็บฟิล์มไว้ แต่ระหว่างการฉายนั้นก็อาจจะมีตัดทอนฉากบางฉากของหนังออกไปเพื่อความสะดวกในการพากย์สดๆ หนัง 2 ม้วนนี้จึงจบเรื่องด้วยความยาวประมาณ 50 นาที หนังไม่มีบทพากย์ติดมา ก่อนจะลงมือบันทึกเสียงพากย์นั้น เราจึงต้องมีการอ่านปากและทำบทพากย์ก่อน ก็อาศัยฉายดูหนังหลายๆ รอบเพื่อจับทิศทางของตัวละครและจับเนื้อหาของเรื่องว่า ควรจะเริ่มต้นและจบอย่างไร จากนั้นก็เริ่มลงมือแกะบทพากย์และทำไกด์เสียงลงในไฟล์หนังไปพร้อมๆ กัน โดยใช้เสียงคนเดียวพากย์ไปก่อนทุกๆ ตัวแสดง เฉลี่ยแล้ววันหนึ่งๆ ก็จะทำไกด์เสียงได้ประมาณ 10 นาทีของหนัง เมื่อทำไกด์เสียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะเริ่มบันทึกเสียงพากย์กันจริงๆ จังๆ ต่อไป

เรื่องย่อๆ ของดวงใจคนยาก ก็มีว่า ดวงใจ (โสภา สถาพร) นางเอก เป็นน้องสาวคนเล็กในจำนวนพี่ชาย 3 คน (สักรินทร์-มีศักดิ์-ทนงศักดิ์) โดยทั้งสี่คนเป็นลูกของป้าทอง (สุลาลีวัลย์) ที่อาศัยอยู่ในสลัมที่ดินมรดกของ พิเชษฐ์ (มิตร ชัยบัญชา) เจ้าคุณพ่อของพิเชษฐ์ขอดวงใจไปเลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังเด็กๆ กระทั่งเจ้าคุณพ่อเสียชีวิตไป ดวงใจจึงหนีออกจากบ้านเพื่อจะกลับไปหาแม่ที่สลัม พิเชษฐ์ซึ่งเอ็นดูดวงใจก็เป็นห่วงจึงจ้างนักสืบ (สมพงษ์) ออกตามหาตัวดวงใจ ทำให้ดวงใจยังไม่กล้าที่จะกลับไปหาแม่ เธอจึงเร่ร่อนลักขโมยของเขากิน เผอิญวันหนึ่ง ดวงใจเกิดไปรู้เห็นการกระทำความผิดของพวกนักเลงประจำซอย จึงถูกนักเลงฉุดหมายจะทำมิดีมิร้าย แต่พิเชษฐ์ก็ตามมาช่วยได้ทันและพาดวงใจกลับไปหาแม่ซึ่งกำลังป่วยหนัก ดวงใจได้พบหน้าแม่เพียงไม่กี่นาที แม่ก็สิ้นใจ เมื่อดวงใจรู้สาเหตุที่ทำให้แม่ตายก็โกรธพิเชษฐ์และไล่พิเชษฐ์กลับไป

พิเชษฐ์จึงไปปรึกษากับคุณอาเรื่องที่ดินสลัมมรดกเพราะไม่อยากจะทำหมู่บ้านจัดสรรในที่ดินนั้นโดยจะให้ชาวบ้านที่เคยอยู่มาก่อนได้อยู่กันชั่วลูกชั่วหลาน คุณอาก็ตกลง พิเชษฐ์จึงตามไปง้อดวงใจโดยมีพี่ชายคอยเป็นกลองเชียร์ นี่เล่าย่อๆ นะครับหนังยังมีมุข มีอะไรเสริมอีกเยอะ เอาไว้มาดูกันในโรงหนังวันที่ 27 มีนาคม 2563 นี้นะครับ