Hair Magazine

40 ปี เก้าล้านหยดน้ำตา โดย มนัส กิ่งจันทร์

คงจะต้องเรียกว่า เป็นของขวัญปีใหม่ที่ล้ำค่ามาก ๆ สำหรับกลุ่มคนรักหนังไทยเก่า ๆ อย่างพวกเราเพราะเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา พวกเราเพิ่งจะได้รับมอบฟิล์มเรื่อง เก้าล้านหยดน้ำตา จากคุณประวิชณ์ ศรีวารีรัตน์ ซึ่งเป็นผู้ถือครองฟิล์มเป็นคนสุดท้าย

เก้าล้านหยดน้ำตา นำแสดงโดย สรพงศ์-เนาวรัตน์-ดอน-เศรษฐา-ดวงชีวัน-วิชชุตา-เดือนเต็ม-บัดดี้ สร้างโดย เมโทรฟิล์ม โดย วรชัย ธรรมสังคีติ เป็นผู้อำนวยการสร้าง พิชัย น้อยรอด ดำเนินงานสร้าง สายยนต์ ศรีสวัสดิ์ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 18 พฤศจิกายน 2520 ที่โรงหนังเพชรรามา

ก่อนที่หนังเรื่องนี้จะสร้างออกมาฉายนั้น กระแสเพลงฝรั่งก็เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นไทย ร้องได้บ้าง ไม่ได้บ้างก็พากันร้อง พากันตั้งวงดนตรีที่เรียกว่า วงสตริง ออกมาเล่นกัน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ คนที่ไม่ชอบก็บอกว่า ทำไมมันไม่ร้องเพลงไทยว่ะ.. จุดนี้เองที่ทำให้นักแต่งเพลงดัง ๆ อย่าง อ.กวี สัตโกวิท จงรัก จันทร์คณา สุรพล โทณะวณิก วินัย รุ่งอนันต์ ฯลฯ พากันเขียนเนื้อร้องไทยใส่เข้าไปในทำนองเพลงฝรั่งที่กำลังโด่งดัง เรียกว่า ทำเพลงฝรั่งให้เป็นเพลงไทยนั่นแหละครับ บางครั้งก็ยังแต่งเนื้อร้องให้เข้ากับสำเนียงเสียงฝรั่งด้วยซ้ำไปจนบางคนก็ยังเข้าใจผิดว่าเป็นการแปลเพลงฝรั่งมาเป็นเพลงไทยด้วยซ้ำไป

ผมเองสมัยนั้นยังเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น ก็ได้ยินเพลงไทยทำนองเพลงฝรั่งแบบนี้มาตลอด เพื่อน ๆ ที่ชอบเล่นดนตรีก็พากันเล่นเพลงแบบนี้ มันทำให้รู้สึกว่า เท่และโก้เก๋กว่าที่จะเล่นเพลงแนวอื่น ๆ บางครั้งก็ยังร้องทั้งเนื้อไทยสลับกับเนื้อฝรั่งก็มี

สมัยนั้นนักร้องต้นแบบเพลงแนวนี้ก็มี ดอน สอนระเบียบ แห่งวง P.M. 5 และเศรษฐา ศิระฉายา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกวงดิอิมพอสสิเบิ้ล ชื่อของดอน-เศรษฐา ดังมาก ๆ กับเพลงแนวนี้ขนาดว่า เพลงทำนองเดียวกันก็ยังมีการแต่งเนื้อเพลงออกมาเป็นหลายเนื้อร้องด้วย คนก็ยังซื้อไปฟัง ก็เรียกว่าดังจริง ๆ ก็เลยทำให้คุณวรชัย ธรรมสังคีติ เจ้าของร้านเทปและแผ่นเสียงเมโทร คิดที่จะสร้างหนังเพลงแนวนี้ขึ้นมาโดยร่วมมือกับจงรัก จันทร์คณา นักแต่งเพลงช่วยกันเขียนพล็อตเรื่อง หลัก ๆ ก็คือ หนังต้องมีเพลงและมีดอนกับเศรษฐาเป็นตัวหลัก ตั้งชื่อเรื่องว่า เก้าล้านหยดน้ำตาโดยให้เฮียหลอ พิชัย น้อยรอด เป็นผู้ดำเนินงานสร้าง

สำหรับ เฮียหลอหรือพิชัย น้อยรอด นั้นเกิดปี พ.ศ. 2487 แม้จะเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ก็กลับมีชีวิตยิ่งกว่าเด็กในชนบทเพราะอายุยังไม่ถึง 10 ปีก็ต้องวิ่งเร่ขายของ ขายหนังสือเพลง ขายรูปภาพ ขายตั๋วหนังจนกลายเป็นเด็กที่คุ้นหน้าคุ้นตากันแถวโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง แต่เฮียหลอก็ไม่เคยปล่อยให้วันเวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เขามักจะแอบมองแอบจำวิธีการทำงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ แล้ววาดฝันว่าสักวันหนึ่งจะสร้างหนังมาฉายกับเขาบ้าง ฝันนี้เองทำให้เฮียหลอต้องยอมเป็นเด็กวิ่งซื้อข้าวซื้อของให้บรรดานักพากย์หนังชั้นครูไม่ว่าจะเป็น รุจิรา–มารศรี สมพงษ์–จุรี-เสน่ห์-พันคำ ซึ่งมาพากย์หนังที่ศาลาเฉลิมกรุงในยุคนั้น ต่อมาเฮียหลอก็เริ่มหัดฉายหนังที่ศาลาเฉลิมกรุง แล้วจึงค่อย ๆ เขยิบฐานะมาเป็นผู้วางเพลงหรือวางเสียงแบ๊คกราวน์ให้นักพากย์หนัง 16 มม. ทำงานทุกอย่างที่เกี่ยวกับหนังเพื่อแลกความรู้ เคยเป็นเช็คเกอร์เดินสายหนัง แล้วยังเป็นหัวหน้าวงดนตรีหนูน้อยแซนดี้ด้วย

เฮียหลอใช้ชีวิตกับธุรกิจโรงภาพยนตร์อยู่หลายปีจนมีโอกาสได้ร่วมเป็นนักเขียน นักวิจารณ์ในหนังสือเกี่ยวกับภาพยนตร์เริ่มจากหนังสือภาพดารา แล้วขยับขยายไปที่หนังสือจักรวาลดารา มิตรดารา โลกบันเทิง ภาพยนตร์บันเทิง การทำหนังสือดารานี้เองเป็นจุดสานฝันของเฮียหลอให้ก้าวมาเป็นผู้สร้างและผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ด้วยอายุไม่ถึงวัยเบญจเพส เฮียหลอสร้างหนังอย่างคนไม่มีสตางค์ โดยใช้วิธีขายสายหนังก่อน หาสปอนเซอร์สนับสนุนบ้าง กู้ยืมบ้าง ผลงานก็สำเร็จออกมาฉายได้จน ยิ่งยง สะเด็ดยาด แห่งหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐตั้งฉายาว่าเป็น คนจนผู้ยิ่งใหญ่ หนังที่เฮียหลอสร้างไว้ก่อนจะมาถึงเรื่อง เก้าล้านหยดน้ำตา นั่นก็คือ ทับสะแก (2512) มนต์รักป่าซาง (2514) ขวัญใจไอ้หนุ่ม (2515) รสสวาท (2516) สวรรค์เวียงพิงค์ (2516) รางวัลชีวิตนิสิตที่รัก (2518) จระเข้ฟาดหาง (2519) นักเลงสามสลึง (2519) ปืนมีตีน (2520) สองเสือใจสิงห์ (2520) นางฟ้าท่าเรือ (2520)

เมื่อเก้าล้านหยดน้ำตาออกฉาย ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก สมัยนั้นโอกาสที่จะได้เห็นหน้าตานักร้องดัง ๆ อย่าง ดอน-เศรษฐาแบบชัด ๆ จะๆ นั้นยากมาก การไปดูหนังเก้าล้านจึงเหมือนการไปดูนักร้อง ไปฟังเพลงซึ่งหาโอกาสไม่ได้ง่าย ๆ สมัยนั้น ผมเองก็มีโอกาสได้ดูเก้าล้านเพียงครั้งเดียวจากหนังขายยา จำได้แต่ว่า แป๊บๆ ก็มีเพลง คุยประเดี๋ยวก็มีเพลงให้ฟังอีกและก็เป็นเพลงคุ้นๆ หูทั้งนั้น จึงเป็นที่สนุกสนานมาก

จากปี 2520 เวลาก็ผ่านไป ผมพยายามตามหาหนังเก้าล้านมาดูอีก แต่หนังก็ไม่เคยออกเทปวีดีโอให้เช่ามาก่อน ต่อมาเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้วก็มีฟิล์มหนังเก้าล้านหลุดมาขายที่ตลาดคลองถม เป็นฟิล์ม 16 มม.สโคป 3 ม้วนจบ (ต้นฉบับเป็นฟิล์ม 35 มม.สโคป 6 ม้วนจบ) ตอนนั้น ผมกับเพื่อน ๆ ก็เริ่มหาซื้อฟิล์มหนังมาฉายดูกันเองแล้ว แต่ฟิล์มเก้าล้านหลุดมาขายพร้อมกับฟิล์มเรื่องอื่น ๆ อีกหลายสิบเรื่อง จึงคิดกันว่า จะต้องซื้อฟิล์มหนังที่หาได้ดูยากหรือหนังที่ไม่มีการทำวีดีโอเทปไว้ เราจึงเลือกซื้อเรื่องอื่นแทน ส่วนเรื่องเก้าล้านนั้น ผมก็ส่งข่าวไปยังเฮียหลอ ผู้ดำเนินงานสร้างเรื่องนี้ให้ไปซื้อฟิล์มแทน แต่ทราบภายหลังว่า เฮียหลอไปซื้อฟิล์มไม่ทันเพราะมีคนอื่นมาซื้อฟิล์มไปก่อนแล้ว จากนั้นฟิล์มเก้าล้านก็หายเข้ากลีบเมฆไปนาน กระทั่งผมเริ่มทำโครงการหนังไทยคงเหลือซึ่งเป็นการตามหาฟิล์มหนังไทยเก่า ๆ มาฉายในเชิงประวัติศาสตร์ภาพยนตร์คือ ฟิล์มเลยเท่าไหร่ ก็ฉายเท่านั้น จึงพยายามตามสืบจนทราบว่า ฟิล์มเก้าล้านนั้นอยู่ในมือคุณประวิชณ์ แต่ก็ทราบว่า คุณประวิชณ์หวงฟิล์มและไม่ยอมขายฟิล์มเก้าล้านให้ใคร ๆ เลย

ต่อมาเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ผมคิดถึงหนังเก้าล้านก็เลยเขียนบทความถึงหนังเรื่องนี้ ก็ทำให้เพื่อน ๆ อยากจะดูหนังเก้าล้านขึ้นมา ผมก็เล่าถึงเหตุแห่งการที่จะไม่ได้ดูหนังเก้าล้านทั้ง ๆ ที่รู้ว่ายังมีฟิล์มอยู่ให้เพื่อน ๆ ฟัง เพื่อนฟังแล้ว ก็ไม่ยอม บอกให้ผมลองติดต่อคุณประวิชณ์อีกครั้ง เผื่อว่าเขาจะใจอ่อนให้ยืมฟิล์มมาฉายกันบ้าง ผมจึงลองติดต่อไปยังคุณประวิชณ์อีกครั้ง ก็เล่าเรื่องต่าง ๆ ที่เพื่อนอยากดูจะหนังเก้าล้านนั่นแหละครับ กระทั่งคุณประวิชณ์ยินดีให้ฟิล์มเก้าล้านมาฉายอีกครั้ง

เก้าล้านหยดน้ำตา เป็นหนังดวลเพลงสตริงคอมโบ้ระหว่างนักร้องสองค่ายคือ วง P.M. 5 โดยมี ดอน สอนระเบียบ เป็นนักร้องนำและมี บัดดี้ จาติกรัตน์ เป็นหัวหน้าวง ส่วนอีกวงก็คือ Hot Pepper มี เศรษฐา ศิระฉายา เป็นนักร้องนำและสรพงศ์ ชาตรี เป็นหัวหน้าวง หนังเดินเรื่องเดินเพลงไปพร้อม ๆ กันและไปสิ้นสุดที่เวทีประชันดนตรี โดยหนังมีเพลง 20 เพลงคือ เก้าล้านหยดน้ำตา-ไม่รักแกล้งหรอก-งัวหาย-ตักที่น่านอนตาย-มองอะไรตามชายหาด-ร็อคเริงใจ-เมา-ทักเก้อ-กลุ้มอกกลุ้มใจ-ตอบเสียที-ฝันดีอย่างเรา-แค่นี้ก็ช้ำเป็น-จากใจถึงใจ-บั๊มพ์กันให้มัน-สามวันจากนารี-เหนือปรารถนา-เอาซีฆ่าเสียเลย-นี่แหละรักของฉัน-ดูซิดูตา-รักระแวง

ขณะที่ท่านอ่านบทความนี้ เก้าล้านหยดน้ำตา ก็ได้ผ่านการฉายอีกครั้งในรอบ 40 ปีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2560 หากท่านใดสนใจจะชมภาพยนตร์เรื่องนี้อีก ท่านก็ต้องรวมกันเป็นกลุ่ม ๆ ละ 15 คนขึ้นไปและติดต่อมายังหนังสือฉบับนี้ เราก็จะจัดฉายให้ท่านชมกันฟรี ๆ นะครับ