Hair Magazine

100 ปี คำรณบนแผ่นฟิล์ม

100 ปี คำรณบนแผ่นฟิล์ม โดย มนัส กิ่งจันทร์

วันที่ 7 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ก็เป็นวันครบ 100 ปีชาตกาลครูคำรณ สัมบุณณานนท์ ครูคำรณเป็นนักร้องลูกทุ่งต้นแบบที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องของการร้องเพลงโห่ตามแบบฉบับเพลงคันทรี่ภาคตะวันตกและก็ยัง เป็นนักร้องลูกทุ่งคนแรกที่ร้องเพลงเปิดอุดมการณ์ทางการเมืองสังคมนิยม เสรีนิยมและชาตินิยมผ่านบทเพลงอีกด้วย

ก่อนที่จะถึงวันครบ 100 ปีครูคำรณนั้น คุณเจนภพ จบกระบวนวรรณ ก็สอบถามผมมาว่า ยังจะพอมีฟิล์มภาพยนตร์ที่ครูคำรณแสดงไว้เหลืออยู่บ้างหรือไม่ จะได้นำมาฉายร่วมเฉลิมฉลอง 100 ปีชาตกาลครูคำรณ ตอนนั้น ผมยังไม่ตอบแบบเป็นทางการ แต่ก็ตอบในใจไปแล้วว่า ไม่มีหรอกครับเพราะภาพยนตร์ที่ครูคำรณแสดงไว้นั้นเป็นหนังยุคเก่ามากๆ หาฟิล์มได้ยาก

ครูคำรณ เริ่มแสดงภาพยนตร์ก็เป็นระดับพระเอกเลยนะครับ โดยเริ่มจากเรื่อง รอยไถ (2493) ขุนโจรใจเพ็ชร์ (2495) เลือดทรยศ ขุนโจรใจเพ็ชร์ ภาคจบ(2495) ชายสามโบสถ์ (2495) วิวาห์น้ำตา (2497) หญิงสามผัว (2498) เกวียนหัก (2498) สามชีวิต (2499)

เห็นชื่อหนัง เห็นปี พ.ศ. แล้ว ก็อย่างที่บอกนะครับว่า หนังที่ครูคำรณแสดงนั้น หาฟิล์มได้ยากจริงๆ และจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่เคยพบกากฟิล์มเหล่านี้เหลืออยู่เลย แต่ทำไม ตอนนั้น ผมถึงไม่ให้คำตอบยืนยันกับคุณเจนภพ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน จากนั้นเวลาก็ผ่านไป ผมกับเพื่อนๆ ก็ยังคงช่วยหนัง 16 มม.เก่าๆ ให้มีเสียงพูด เสียงพากย์ไปตามเรื่องของผม กระทั่งวันหนึ่งเกิดคิดเล่นๆ ว่า กากฟิล์มหนัง 16 มม.นั้นหาได้ยากแล้ว ทำไมเราถึงไม่นำหนัง 16 มม.ที่เราหาฟิล์มมาได้ มาใส่เสียงพากย์และนำออกฉายให้มากที่สุด หนังบางเรื่องถ้าหน้าหนังไม่โดดเด่นพอ เราก็จับฉายควบกับหนังมิตร ชัยบัญชาไปเลย ยังไงก็มีคนมาดู ถ้ามีฟิล์มแล้วไม่ทำออกมาฉาย ก็จะเข้าทำนองว่า หนัง 16 มม.นั้นปกติก็ตายอยู่แล้ว ถ้าเราได้กากฟิล์มกลับมาและก็ไม่นำมาพากย์ ไม่นำมาฉายอีก ก็จะกลายเป็นหนังตายซ้ำซากไป

ระหว่างที่นั่งเลือกว่า จะนำหนัง 16 มม.เรื่องไหนมาฉาย มาทำบทพากย์ ก็เกิดไปสะดุดตากับชื่อหนัง “ฆ่ายัดกล่อง” เพราะสมัยก่อนเป็นข่าวครึกโครมมากๆ ผมเคยอ่านเรื่องราวของคดีฆ่ายัดกล่องมานานแล้ว ข่าวก็มีว่า เมื่อตอนบ่ายๆ ของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2508 รถไฟสายเหนือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ นำโบกี้รถไฟมาส่งหน้าโกดังโรงงานยาสูบตรงข้ามสถานีรถไฟเชียงใหม่ กรรมกรที่กำลังช่วยกันแบกของออกจากตู้ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่ามาจากกล่องกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่ที่อยู่ในโบกี้รถไฟ เมื่อแกะกล่องออกดูก็พบว่า ข้างในมีศพเด็กตายนอนอยู่ ตำรวจเชียงใหม่ตรวจหาหลักฐานจากศพ พบแหวนทองลงยาที่หัวแหวนหลุดหายไปสวมอยู่นิ้วกลางขวา ระบุชื่อร้านฮั่วเซ่งเฮงเป็นภาษาจีนและเมื่อข่าวออกไป ก็มีนายสรศักดิ์ แซ่อึ้ง อายุ 31 ปี เจ้าของร้านขายยามหาชัยเภสัช ย่านสีลม กรุงเทพฯ เดินทางไปพบตำรวจ ขอดูหลักฐาน ดูศพและแจ้งว่า ศพนั้นก็คือ ด.ช.กิมบั๊ก น้องชายวัย 15 ปีที่หายตัวไป จากการสืบสวนพบว่า ด.ช.กิมบั๊กถูกคนร้ายจับตัวไปเรียกค่าไถ่ แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงถูกฆ่าหั่นศพใส่กล่องเขียนชื่อผู้รับกล่อง ส่งขึ้นรถไฟสายเหนือไป ต่อมาก็จับคนร้ายได้ให้การรับสารภาพ ศาลตัดสินประหารชีวิตและลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

พอเห็นว่า เรามีหนังเรื่อง ฆ่ายัดกล่อง ก็เลยคิดว่าจะทำบทพากย์และนำออกฉายเพราะหน้าหนังน่าสนใจ แต่เมื่อนั่งดูหนังจนจบแล้วก็ผิดหวังเพราะหนังมิได้มุ่งไปที่ประเด็นคดีฆ่ายัดกล่องตามที่เป็นข่าวครึกโครม อย่างไรก็ตาม ระหว่างดูหนังก็เกิดไปสะดุดตากับชื่อ ครูคำรณ สัมบุณณานนท์ ที่เป็นดารารับเชิญเพราะหากดูจากใบปิดโฆษณาหนังแล้ว จะไม่มีชื่อครูคำรณปรากฏอยู่เลย ทำให้ไม่ทราบว่า หนังมีครูคำรณร่วมแสดงด้วย

แรกๆ พอเห็นชื่อครูคำรณเป็นดารารับเชิญ ก็คิดว่า ครูคำรณคงจะแสดงไม่มากเพราะตามปกติแล้ว ดารารับเชิญก็มักจะแสดงไม่กี่ฉาก แต่ที่คิดได้ตอนนั้นก็คือ ฆ่ายัดกล่อง นี่แหละจะเป็นหนังเรื่องเดียวที่จะทำให้ผู้คนได้เห็นครูคำรณบนแผ่นฟิล์ม จากนั้นก็นั่งดูหนังอีก แต่กลับหาภาพครูคำรณที่คุ้นๆ ตาไม่ได้ พบแต่ชายคนหนึ่งแสดงเป็นนักร้อง นักแต่งเพลงให้กับพระเอกของเรื่องและชายคนนั้นก็เล่นยาวไปจนถึงฉากจบโดยเป็นผู้ที่ไปพูดกล่อมให้พระเอกยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เลยสงสัยว่า ชายคนนี้แหละคือครูคำรณ แต่เพื่อความแน่ใจ ผมก็เลยแคปภาพนิ่งชายคนนั้นส่งให้แฟนเพลงครูคำรณช่วยดูให้ ก็ได้รับคำตอบที่น่าตื่นเต้นว่า ชายคนนั้นแหละคือครูคำรณ แต่ที่ไม่คุ้นตาก็เพราว่า ครูคำรณป่วยและเพิ่งผ่าตัดปอดไปครึ่งหนึ่ง จึงดูผอมกว่าปกติ

จากนั้นผมก็เริ่มตัดต่อ ลำดับภาพและเริ่มแกะปากทำบทพากย์หนัง ระหว่างนั้น น้องเจ เมืองไทย ก็ส่งข่าวมาบอกว่า คุณสุรชัย สัมบุณณานนท์ บุตรชายคนที่ 4 ของครูคำรณซึ่งเคยดูหนังเรื่องนี้เมื่อปี 2508 จำได้ว่า หนังมีเพลงอะไรบ้าง ก็ส่งข้อมูลมาให้ผมทำบทพากย์หนังจนเสร็จ จากนั้นก็มอบให้กลุ่มวัยหวานวันวานเริ่มใส่เสียงพากย์ทันทีโดยหนังมีกำหนดฉายวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 รอบเช้าที่หอภาพยนตร์ฯ ศาลายา ชมฟรีนะครับ

ฆ่ายัดกล่อง เป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ นำแสดงโดย กิติกร สุนทรปักษิน-ปริม ประภาพร-แก่นใจ มีนะกนิษฐ์-เมืองเริง-ไกร-จรูญ-สุคนธ์-ทองฮะ สร้างโดย ธรรมรัตน์ภาพยนตร์ โดย วายุ เลาหะคามิน-สุธรรม เงยไพบูลย์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง อัจฉราพันธ์ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 28 พฤษภาคม 2508 ที่โรงหนังบรอดเวย์ สามแยก

วันนี้ ถ้าถามถึงความสำคัญของหนัง “ฆ่ายัดกล่อง” แล้ว ก็จะเป็นหนังเพียงเรื่องเดียวที่เหลืออยู่ของครูคำรณที่จะทำให้เราได้เห็นครูคำรณตัวเป็นๆ บนแผ่นฟิล์มอย่างจุใจ โดยครูคำรณแสดงเป็นตัวเอง แต่เป็นนักร้องที่ตกรุ่นไปแล้ว ต่อมาเมื่อหลานชายคือ จรินทร์ (กิติกร สุนทรปักษิน) เดินทางมาอาศัยอยู่ด้วย ครูคำรณจึงแต่งเพลงให้จรินทร์ร้อง เมื่อจรินทร์ได้เป็นนักร้องดังมีชื่อเสียง จรินทร์ก็พากิมลั้ง (ปริม ประภาพร) ลูกสาวเถ้าแก่ขายก๊วยจั๊บหนีไปอยู่ด้วยกัน สร้างความผิดหวังให้แก่ครูคำรณเป็นอย่างมาก จรินทร์มีชื่อเสียงได้ไม่นานก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะแอบไปมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับเตือนใจ (แก่นใจ มีนะกนิษฐ์) เด็กของนายห้างแผ่นเสียงที่ตนทำงานอยู่ด้วย จึงถูกเฉกหัวออกจากค่ายเพลง เมื่อชีวิตตกต่ำ จรินทร์ก็ย้อนกลับไปคืนดีกับกิมลั้ง สัญญาว่า จะเริ่มต้นชีวิตกันใหม่ แต่ระหว่างที่จรินทร์กำลังหางานทำอยู่นั้น กิมลั้งเกิดแท้งลูก ต้องผ่าตัดและจำเป็นจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก จรินทร์ไม่รู้ว่าจะหาเงินจากที่ไหนไปจ่ายค่าโรงพยาบาล จึงจับลูกชายเสี่ยร้านขายยาไปเรียกค่าไถ่ แต่เกิดการต่อสู้กัน จรินทร์พลั้งมือฆ่าเหยื่อตาย จึงหั่นศพใส่ลังกระดาษไปซุกไว้ในโบกี้รถไฟ ต่อมาตำรวจสืบได้ว่า จรินทร์เป็นคนร้าย จรินทร์จึงหนีไปหาหลวงพ่อในถ้ำที่ราชบุรีเพื่อหวังจะบวชล้างบาป แต่ตำรวจ ครูคำรณ กิมลั้ง ก็ตามไปทันและช่วยกันเกลี่ยกล่อมจนจรินทร์ยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ