Hair Magazine

โรงหนังเก่าที่หล่มสัก โดย มนัส กิ่งจันทร์

โรงหนังเก่าที่หล่มสัก โดย มนัส กิ่งจันทร์

การเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อตามหาหากากฟิล์มหนังไทยเก่า ๆ นั้น ผมมักจะได้ฟังเรื่องราวเรื่องเล่าจากคนที่เกี่ยวข้องกับหนังอยู่เสมอ จากปากต่อปากก็ทำให้ผมได้พบได้เจออะไรอีกมากมาย.. ที่ผ่านมาคนที่ติดตามข่าวสารการเปิดกรุฟิล์มหนังเก่าๆ ของพวกผมนั้น พอเขารู้ว่า เขาก็มีส่วนช่วยหนังไทยเก่า ๆ ได้ เพียงแต่แค่เขาช่วยหาข่าว หาเบาะแสของสถานที่ที่คิดว่าน่าจะมีฟิล์มหนังเก่า ๆ อยู่ให้เท่านั้นเอง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม 2560 คุณประกอบบุญ กาฬษร ซึ่งเป็นสมาชิก Facebook ชุมทางหนังไทยในอดีตก็แจ้งข่าวเข้ามาในกล่องข้อความผมว่า.. “แจ้งข่าวฟิล์มหนัง 16 มม.จากเพชรบูรณ์ เมื่อวานผมไปเที่ยวถนนคนเดินที่ตลาดหล่มสัก เอารถไปจอดที่เขารับฝากรถ เจ้าของที่รับฝากรถ เป็นโรงหนังเก่าเพราะผมเห็นป้ายที่เขาเขียนติดผนังปูนไว้ชื่อโรงหนังศรีลักษณ์ ผมว่าจะถ่ายรูปมาให้ แต่ผมไม่ได้เอามือถือไป พอลงรถ แกเดินมาเก็บเงินค่าจอด ผมก็เลยชวนแกคุยและถามไถ่เรื่องหนังครับ แกบอกพวก 35 ขายไปและเอาออกไปทิ้งหมด เหลือหนัง 16 อยู่สองกระเป๋า แกว่าหนังไทยครับ แกจำชื่อเรื่องไม่ได้ ถ้าคุณมนัสมาเพชรบูรณ์ เลยไปตลาดหล่มสักนะครับ ผมเกริ่น ๆ กะแกไว้แล้ว แกใจดีระดับหนึ่ง ชื่อพี่นิดครับ..”

หลังจากทราบข่าวแล้ว ผมปรึกษากับเพื่อน ๆ ในกลุ่มฯว่า จะเอาอย่างไรดีเพราะถ้าอ่านเพียงข้อความที่ได้รับมานั้น ก็ยังไม่แน่นอนว่า จะมีฟิล์มจริงหรือไม่ ฟิล์มจะเสียหายแล้วหรือไม่ เพราะหลายต่อหลายครั้งที่พวกเราผิดหวังกลับมา บางครั้งเมื่อไปตามแหล่งข่าว เขาก็บอกว่า เคยมีฟิล์มจริงแต่เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว

บางครั้งก็เจอแต่ฟิล์มที่เสียหายแล้ว พวกเราจึงติดต่อกลับไปคุณประกอบบุญ ขอให้ช่วยเช็คข่าวเพิ่มเติมให้อีกหน่อยว่า เป็นฟิล์มหนังเรื่องอะไร เจ้าของจะขายหรือจะให้ยืมหรือไม่ แต่เผอิญว่าคุณประกอบบุญติดธุระ ยังไม่ว่างจะไปหาข่าวให้ (ผมมาทราบภายหลังว่า คุณประกอบบุญ ทำงานเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าพล อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์)

ระหว่างนั้น ผมก็ค้นหาข้อมูลเก่า ๆ เกี่ยวกับความเป็นมาของโรงหนังศรีลักษณ์จากแหล่งอื่นอีก ส่วนเพื่อน ๆ ก็คิดกันว่า หล่มสักนั้นไม่ไกลนัก น่าจะไปดูกันเลยดีกว่า จะได้หายคาใจ อีกอย่างถ้าไม่มีฟิล์มหนัง ก็อาจจะได้เบาะแสหรืออาจจะได้เรื่องราวเกี่ยวกับโรงหนังเก่ามาเล่าสู่กันฟังบ้าง พวกเราจึงช่วยกันหารถ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทางกันและตกลงว่า พวกเรา 3 คนจะเดินทางไปหล่มสักในวันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม 2560

วันนั้น ผม คุณนุและคุณหนึ่ง ก็เดินทางจากกรุงเทพฯตอนสาย ๆ ใช้เส้นทางสระบุรี-หลักสัก ส่วนคุณประกอบบุญก็รอรับพวกเราอยู่ที่ตำบลท่าพล อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เมื่อไปถึงก็รีบพากันเดินทางต่อไปยังหล่มสักทันที วันนั้นที่หล่มสักมีการจัดงานถนนคนเดิน คุณนิด ศรีลักษณ์ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของโรงหนังศรีลักษณ์เธียเตอร์ก็จะยุ่ง ๆ อยู่กับการให้บริการเช่าที่จอดรถ พอถามเรื่องราวเกี่ยวกับโรงหนัง คุณนิดก็บอกให้ไปคุยคุณแม่คือ แม่เพ็ญศรี ศรีลักษณ์ ปัจจุบันอายุ 86 ปีแทน วันนั้น นอกจากพวกเราจะโชคดีได้ยืมกากฟิล์มหนังไทย 16 มม. เก่า ๆ มา 2 เรื่องซึ่งหาที่ไหนไม่ได้แล้ว เราก็ยังได้ฟังประวัติความเป็นมาของกิจการโรงหนังแห่งนี้ด้วย

คุณแม่เพ็ญศรีเล่าให้ฟังว่า ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 (ราวปี 2485-2486) สมัยนั้น จอมพล ป.พิบูลสงคราม  นายกรัฐมนตรีมีแนวคิดจะย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพฯ มาอยู่เพชรบูรณ์ จึงมีการพัฒนาเมืองเพชรบูรณ์ มีการสร้างหน่วยงานราชการต่าง ๆ และก็มีการสร้างโรงหนังไทยเพ็ชรบูลขึ้นมาเป็นแห่งแรก ต่อมาปี 2487 การย้ายเมืองหลวงกระทำไม่สำเร็จ แต่โรงหนังไทยเพ็ชรบูลก็ยังเปิดดำเนินกิจการเรื่อยมาโดยคุณประจิน ศรีลักษณ์ (เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2538) ซึ่งเป็นสามีของคุณแม่เพ็ญศรีก็ได้ร่วมหุ้นกับเพื่อน ๆ บริหารกิจการโรงหนังแห่งนี้และต่อมาโรงหนังก็มีการปรับปรุงสร้างเป็นอาคารหลังใหม่ แต่ยังใช้ชื่อโรงเดิม

ความที่โรงหนังไทยเพ็ชรบูลตั้งอยู่ในตัวเมืองเพชรบูรณ์ แต่คุณประจินกับคุณแม่เพ็ญศรีอยู่ที่อำเภอหล่มสักก็เลยต้องเทียวไปเทียวมาและเริ่มมีเสียงเรียกร้องจากคนหล่มสักว่า หล่มสักน่าจะมีโรงหนังกับเขาบ้างประกอบกับขณะนั้นมีผู้เสนอให้ใช้อาคารโกดังเก่า ๆ ลักษณะคล้าย ๆ โรงหนังไทยเพ็ชรบูลยุคแรกเป็นโรงหนัง คุณประจินกับคุณแม่เพ็ญศรีจึงตัดสินใจเปิดกิจการโรงหนังแห่งแรกของหล่มสักที่นั่นโดยตั้งชื่อว่าโรงหนังเบ็ญจบันเทิง ตามชื่อของลูกสาวเจ้าของอาคารซึ่งโรงนี้จะฉายหนังในยุค 16 มม.พากย์สด ๆ ต่อมาเมื่อกิจการเจริญก้าวหน้า คุณประจินจึงสร้างโรงหนังขึ้นมาใหม่ทันสมัยกว่าเดิมใช้ชื่อว่าโรงหนังนิวเบ็ญจบันเทิง ซึ่งฉายได้ทั้งหนังระบบ 16 มม.และ 35 มม.

สมัยนั้นหล่มสักเป็นเมืองที่เจริญมาก ๆ ผู้คนมีอันจะกิน พลอยทำให้กิจการโรงหนังเจริญรุ่งเรืองไปด้วย จึงมีโรงหนังทันสมัยขึ้นมาอีกแห่งหนึ่งคือโรงหนังโรจนศิลป์ ซึ่งคุณกัลยา กัลยาณรุจ อายุ 69 ปี อดีตนักพากย์หญิงประจำโรงหนังแห่งนี้เล่าให้ฟังว่า โรงหนังแห่งนี้น่าจะสร้างมาประมาณปี 2509 และฉายแต่หนังระบบ 35 มม.

ต่อมาระหว่างบริหารกิจการโรงหนังนิวเบ็ญจบันเทิง คุณประจินกับแม่เพ็ญศรีก็เก็บหอมรอมริบจนมีเงินซื้อที่ดินเป็นของตัวเอง จึงเลิกกิจการโรงหนังนิวเบ็ญจบันเทิง แต่มาสร้างโรงหนังแห่งใหม่บนที่ดินตัวเอง เป็นโรงหนังก่ออิฐถือปูนติดแอร์ ทันสมัย ฉายแต่ระบบ 35 มม. ตอนแรก ๆ ก็คิดจะตั้งชื่อว่าโรงหนังหล่มสักรามา แต่สุดท้ายก็มาคิดว่า ทำกิจการโรงหนังมาทั้งชีวิต แต่ยังไม่เคยมีชื่อโรงหนังตัวเองเลย ก็เลยตัดสินใจตั้งชื่อโรงหนังตามนามสกุลของตัวเองว่า โรงหนังศรีลักษณ์เธียเตอร์และนอกจากก็ยังเปิดกิจการฉายหนังกลางแปลงอีกด้วย