Hair Magazine

เปิดกรุหนังขายยา.. โชคดีที่ยังเหลือ โดย มนัส กิ่งจันทร์

เปิดกรุหนังขายยา.. โชคดีที่ยังเหลือ โดย มนัส กิ่งจันทร์

เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ผมได้รับข่าวจากคุณฉัตรชัย ไทยซีเน ส่งข้อความใน Facebook บอกว่ามีคนจะเอาเครื่องฉายหนัง เอาฟิล์ม 16 มม.เก่าๆ มาขายเหมาให้ แต่ยังไม่รู้ว่าสภาพฟิล์มจะเป็นอย่างไร ผมก็ขอให้คุณฉัตรชัยช่วยถามข่าวให้อีกว่า คนที่เอามาขายนั้นเป็นใคร.. เอาฟิล์มมาจากไหน.. เผื่อว่า ถ้าเขาเป็นเจ้าของโรงหนังหรือหนังกลางแปลงก็จะได้ขอสัมภาษณ์เก็บข้อมูลไว้ด้วย คุณฉัตรชัยก็เงียบหายไปสักพัก แล้วก็โทรกลับมาบอกว่า คนขายเขาบอกว่า เขาเป็นรุ่นลูกแล้ว ไม่รู้รายละเอียดอะไร รู้แต่ว่าสมัยก่อน พ่อเขาเคยฉายหนังขายยาต่างจังหวัด พอเลิกฉายแล้วก็เก็บสิ่งของเหล่านี้ไว้ ตอนนี้บ้านเขาจะใช้พื้นที่ก็เลยจะขายเหมาให้คุณฉัตรชัย ไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์และวันเดียวกันนั้นพวกเขาก็ขนข้าวของเครื่องใช้เกี่ยวกับการฉายหนังมาส่งให้คุณฉัตรชัยที่บ้านโพธาราม ก็มีทั้งใบปิด แผ่นโชว์การ์ด เครื่องฉายหนัง 16 มม. เครื่องเล่นเทปรีล เครื่องขยายเสียงหลอด ฟิล์มหนัง

ต่อมาวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม 2560 ผมกับเพื่อนๆ ก็มุ่งหน้าไปบ้านคุณฉัตรชัย เป้าหมายของเราก็คือ ฟิล์มหนัง 16 มม.ซึ่งหนังขายยาเจ้านี้มีฟิล์มเหลืออยู่ประมาณ 10 กว่าเรื่อง มีทั้งหนังไทย หนังจีน หนังอินเดีย หนังฝรั่ง แต่เมื่อพวกเราเปิดกระเป๋าฟิล์มดูก็พบว่า ฟิล์มเสียหายไปเกือบหมดแล้ว คาดว่า เกิดจากการเก็บฟิล์มไว้ในที่ที่มีอากาศร้อนอับทึบจนทำให้ฟิล์มหนังแห้งและกรอบไปหมด คงเหลือเพียง 2 เรื่องที่สภาพฟิล์มยังพอใช้ได้ เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะ 2 กระเป๋านี้อยู่ด้านบน อากาศจึงถ่ายเทได้สะดวก พวกเราก็ได้แต่นำกระเป๋าฟิล์มที่เขียนชื่อหนังติดไว้ออกมาตั้งเรียงๆ กันถ่ายรูปและก็เฝ้ามองดูอย่างเสียดายที่ฟิล์มเหล่านี้มาถึงมือเราช้าเกินไปครับ

แม้พวกเราจะรู้สึกเสียใจกับข่าวคราวของฟิล์ม 16 มม.กรุนี้ แต่ก็ยังใจชื้นขึ้นมาได้เพราะฟิล์ม 2 เรื่องที่สู้อุตส่าห์เหลือรอดกลับนั้นเป็นหนังที่ยังไม่เคยมีมาก่อนนั่นคือ ทหารเสือพระเจ้าตาก ปี 2498 กับเรื่อง เด็กวัด ปี 2512

มารู้จัก ทหารเสือพระเจ้าตาก กันก่อนนะครับ

ทหารเสือพระเจ้าตาก เป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ นำแสดงโดย รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง-สถาพร มุกดาประกร-สุรชัย ลูกสุรินทร์-สุรสิทธิ์-ล้อต๊อก-จำรูญ-สมพงษ์-ทานฑัต.. สร้างโดย วิจิตรเกษมภาพยนตร์ โดย บัณฑูร องค์วิศิษฐ์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง มารยาท กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกเดือนตุลาคม 2498 ที่โรงหนังควีนส์

นับถึงปัจจุบัน ฟิล์มหนังเรื่องนี้มีอายุ 62 ปี แต่สีฟิล์มก็ยังคงเป็นสีธรรมชาติ ส่วนเนื้อฟิล์มบางแห่งก็มีร่องรอยการแตก การบิดงอไปบ้างตามกาลเวลา แต่ภาพรวมๆ เมื่อฉายผ่านเครื่องฉายแล้วก็ฉายได้สบาย หนังเหลือความยาวมาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆ แต่จบเรื่อง มีรายละเอียดเพียงบางฉากย่นย่อไปบ้างเข้าใจว่าเกิดจากการฉายมานาน ต่อมาก็มีการตัดฟิล์มฉากที่เสียหายนั้นทิ้งไปเรื่อยๆ ส่วนบทพากย์หนังนั้นไม่มีครับ

ส่วนดาราหลักๆ ที่รับบทสำคัญในเรื่องก็มี สถาพร มุกดาประกร รับบทเป็น พระยาตากสิน.. สุรชัย ลูกสุรินทร์ รับบทเป็น จ้อยและต่อมาได้เป็นหลวงพิชัยอาสาหรือพระยาสีห์ราชเดโช.. รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง รับบทเป็น ลำยงค์ ภริยาของหลวงพิชัยอาสา

เรื่องย่อๆ ก็เริ่มเรื่องที่เมืองพิชัย จ้อย (สุรชัย) ทะเลาะและทำร้ายนักเลงหัวไม้ จึงหนีการจับกุมไปที่บ้านท่าศาลา จ้อยหัดต่อยมวยและฝากตัวเป็นศิษย์ของครูเนื่องกับครูเมฆ ต่อมาจ้อยเดินทางไปถึงเมืองตากซึ่งมีการเปรียบมวยชกต่อหน้าพระที่นั่งพระยาตาก (สถาพร) จ้อยชกชนะเป็นที่ชอบใจของพระยาตาก จึงตั้งให้เป็นหลวงพิชัยอาสา ต่อมาจ้อยได้พบรักกับลำยงค์ (รัตนาภรณ์) สาวใช้ของพระยาตาก พระยาตากจึงยกให้เป็นภริยา

ในปี 2310 กรุงศรีอยุธยาแตก พระยาตากได้พาทหารเสือคู่ใจตีฝ่าวงล้อมพม่าออกไปและได้ซ่องสุมผู้คนเพื่อกู้ชาติไทยกลับคืนมาได้ จึงปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้าตากสินมหาราชและตั้งหลวงพิชัยเป็นพระยาสีห์ราชเดโช ครองเมืองพิชัย ต่อมาพม่าได้ส่งทหารมาล้อมเมืองพิชัย พระยาสีห์ราชเดโชออกรบจนกระทั่งดาบสองมือหักลงข้างหนึ่ง พม่าแตกพ่ายไป ชาวเมืองจึงเรียกท่านว่า พระยาพิชัยดาบหัก หนังก็จบ

ส่วนอีกเรื่องก็คือ เด็กวัด

เด็กวัด เป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ นำแสดงโดย สมบัติ-เพชรา-ประจวบ-เมตตา-ทม-รุจน์-ชุมพร-แก่นใจ-มล.รุจิรา-สมควร-สมพล-มาลี-พูนสวัสดิ์-พฤหัส-มนัส-ด.ช.ธีรโชค..สร้างโดย ปฏิมาภาพยนตร์ โดย สุภาพ ประจวบเหมาะ เป็นผู้อำนวยการสร้าง หวน รัตนงาม กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 29 สิงหาคม 2512 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

หนังเรื่องนี้มีฟิล์มอยู่ครบ 5 ม้วนและมีบทพากย์ติดมาด้วย เมื่อฉายดูก็เห็นว่า เนื้อหาค่อนข้างสมบูรณ์ ดาราหลักๆ ที่รับบทสำคัญก็มี สมบัติ เมทะนี รับบทเป็น เชิด เด็กวัดจนๆ.. เพชรา เชาวราษฎร์ รับบทเป็น อารีย์ ลูกสาวเศรษฐี..ประจวบ ฤกษ์ยามดี รับบทเป็น ธวัช เพื่อนเด็กวัดของสมบัติ..ทม วิศวชาติ รับบทเป็น ประวิทย์ พี่ชายของอารีย์.. เมตตา รุ่งรัตน์ รับบทเป็น ผุสดี เมียของประวิทย์..มนัส บุญยเกียรติ รับบทเป็น แม่ของอารีย์..ม.ล.รุจิรา รับบทเป็น ท่านพระครูแช่มที่เก็บเชิดมาเลี้ยง..

เรื่องย่อๆ ก็มีว่า สมบัติเป็นเด็กวัด โดยหลวงตาแช่มเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ สมบัติเป็นคนขยัน เรียนเก่ง ว่างๆ ก็เข้าไปช่วยทำงานบ้านพ่อแม่เพชราซึ่งมีฐานะร่ำรวย สมบัติแอบรักเพชรา แต่ก็ไม่กล้าจะบอกเพราะกลัวว่าฐานะของตนเองนั้นต่ำต้อย สมบัติฝ่าฟันสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ แต่ก็ยังต้องอาศัยเงินพ่อแม่เพชราช่วยส่งเสียจนเรียนจบสมบัติสอบได้เป็นปลัดอำเภอแม้สมบัติจะมียศศักดิ์ทางสังคมแล้ว แต่ก็ยังคงเจียมเนื้อเจียมตัว คิดว่าตนเป็นแค่เด็กวัดจนๆ จะตีตัวเสมอผู้มีพระคุณไม่ได้ กระทั่งต่อมาครอบครัวเพชราล้มละลายกลายเป็นคนยากจน สมบัติก็ได้ช่วยเหลือประคับประคอง แต่ก็ยังมิกล้าเอ่ยปากบอกรักเพชราอีกเพราะเกรงว่าเพชรากับแม่จะหาว่า สมบัติทำตัวตีเสมอเพราะเห็นว่ากำลังตกทุกข์ได้ยาก รักนี่มันมีกรรมจริงๆ ครับ

ต่อมาเพชราก็ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 กลับมาเป็นเศรษฐีอีกครั้ง สมบัติซึ่งกำลังจะบอกรัก ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากบอกรักเพชราอีก ส่วนทางราชการก็จะส่งสมบัติไปเป็นปลัดอำเภอในต่างจังหวัด แต่สมบัติคิดว่า ถ้าไปอยู่ไกลหลวงตา ก็จะไม่มีใครปรนนิบัติหลวงตาที่กำลังเจ็บไข้ได้ป่วย สมบัติจึงลาออกจากปลัดอำเภอและไปสมัครเป็นนายร้อยตำรวจแทน ก็เผอิญว่า มีผู้ร้ายมาจับตัวเพชราไป สมบัติก็ตามไปช่วยเพชรากลับมาปลอดภัย แต่สมบัติก็ยังไม่กล้าจะบอกรักอีกเพราะคิดแต่ว่าตนเป็นเพียงเด็กวัดจนๆ กระทั่งเพื่อนๆ ทนไม่ได้จึงไปบอกให้แม่เพชรารู้ หนังก็จบตรงที่ว่า สมบัติจึงรู้ว่า แม่และเพชรา ไม่มีใครรังเกียจเด็กวัดจนๆ คนนี้เลย หนังก็จบ