Hair Magazine

เดือนแรม

เดือนแรม

Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ

ผู้เขียน : ปองธรรม สุทธิสาคร ,Edit : จิตรา นวลละออง

ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นความฝันได้ไหม แต่เอาเป็นว่าความต้องการในชีวิตของเดือนแรมในขณะนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 อย่าง …หนึ่ง อยากเรียนหนังสือให้สูง ๆ และสอง อยากพบเจอพ่อแท้ๆ สักครั้งในชีวิต

“ตอนนี้เรากำลังสืบอยู่ว่าพ่อของเดือนแรมยังมีชีวิตอยู่ไหม เขาบอกว่าเขาอยากเจอพ่อมาก เท่าที่รู้ชีวิตของเขาไม่เคยเจอกับพ่อเลย หรือถ้าเจอก็นานมากแล้ว คงเป็นตอนที่ยังเป็นเด็ก  ส่วนในเรื่องการเรียนนั้น เดือนแรมบอกว่าเขาอยากเรียนใจจะขาด แต่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ทางบ้านพักฉุกเฉินก็เลยหาทางให้เขาฝึกอาชีพด้วยการทำการบูรบ้าง เย็บผ้าบ้าง เพื่อที่เขาจะได้มีวิชาชีพ มีทักษะติดตัวไปประกอบอาชีพได้”

นักสังคมสงเคราะห์ เป็นตัวแทนบอกเล่าถึงเรื่องราวความปรารถนาของ ‘เดือนแรม’ นอกจากนี้ นักสังคมสงเคราะห์ ยังยืนยันว่า ระดับสติปัญญา (ไอคิว) ของเดือนแรมซึ่งเป็นคนเก็บตัวเงียบ และพูดน้อย นั้นต่ำกว่าคนทั่วไปโดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับคนวัยเดียวกัน

พ่อแม่เดือนแรม เลิกรากันตั้งแต่เธอยังเล็ก เธอจึงอาศัยอยู่กับญาติข้างแม่ที่ต่างจังหวัด ขณะที่ผู้เป็นแม่เดินทางเข้ามาทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นานทีปีหนจึงจะกลับบ้านมาหาเธอ  แม้จะเรียนหนังสือไม่เก่งนักแต่เดือนแรมก็เป็นเด็กใฝ่ดี ขยันขันแข็ง เอาการเอางาน เธอช่วยญาติทำงานทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะมารับตัวไปอยู่ด้วยกันที่เมืองหลวง หลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  เดือนแรมพักอาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงในห้องเช่าเล็ก ๆ พ่อเลี้ยงมีอาชีพขับรถสิบล้อ

ด้วยความที่กลัวจะเป็นภาระของแม่เดือนแรมจึงไปสมัครงานเป็นเด็กเสิร์ฟอาหาร และล้างจานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในละแวกที่พัก  ชีวิตของเดือนแรมน่าจะเป็นชีวิตที่เรียบง่ายไม่หวือหวา เธอคงจะอาศัยอยู่กับแม่ และทำงานเก็บเงินไปเรื่อย ๆ หากว่าวันหนึ่งจะไม่เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่กลายเป็นความทรงจำที่แสนเจ็บปวดและเลวร้ายในชีวิตของเธอ

พ่อเลี้ยงกลับมาจากทำงานเข้ามาเจอเดือนแรมอยู่ที่ห้องเช่าคนเดียว หลังจากนั้นก็ลงมือล่วงละเมิดและข่มขืนเธอ พ่อเลี้ยงข่มขู่บังคับเธอไม่ให้บอกใคร หลังจากวันนั้นเธอก็อยู่ในห้องเช่าด้วยความกลัว หวาดระแวง โดยเฉพาะเวลาที่แม่ไม่อยู่

” พ่อเลี้ยงยังหาโอกาสกระทำกับเดือนแรมในทุก ๆ ครั้งที่เขามีโอกาส เธอถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นเด็กหญิงที่ขี้กลัว ไม่กล้าสู้หน้าใคร กลายเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเองอย่างแรง”

เด็กสาววัยรุ่นกลายเป็นที่ระบายตัณหาให้กับพ่อเลี้ยงอยู่อย่างนั้นเป็นแรมปี โดยที่แม่ของเธอไม่ได้รับรู้หรือระแคะระคาย สภาพจิตใจของเดือนแรมในขณะนั้นทั้งหวาดกลัว สับสน บางครั้งเธออยากจะตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด  ความเจ็บปวดของเด็กสาวหาได้หยุดลงเพียงเท่านี้ หัวใจของเดือนแรมแหลกยับอีกเป็นร้อยเป็นพันเท่าในวันที่แม่ของเธอได้รับรู้ความจริง “วันหนึ่งแม่ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวแล้วกลับมาที่ห้องเห็นพ่อเลี้ยงกำลังกระทำกับเดือนแรมแทนที่จะเข้าไปห้ามปรามหรือปกป้อง กลายเป็นว่าแม่ของเธอกลับแอบดูพร้อมกับความรู้สึกหึงหวง เคียดแค้น …พอทุกอย่างจบลงแม่ก็พังประตูเข้ามาแล้วก็เปิดถุงก๋วยเตี๋ยวร้อน ๆ เทราดหัวเดือนแรม แล้วก็ด่าทอลูกของตนเองอย่างสาดเสียเทเสีย นอกจากไม่ปกป้องลูกแล้วยังซ้ำเติม แถมเข้าข้างสามีใหม่อีก”

เด็กสาววิ่งหนีผู้ให้กำเนิดอย่างไม่คิดชีวิต ความร้อนจากน้ำก๋วยเตี๋ยวทำให้ตามเนื้อตัวของเธอแสบร้อน เป็นปื้นแดง ขณะเดียวกันร่างกายก็สั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัวจนเสียขวัญ เดือนแรมวิ่งหนีออกมาไกลและไร้จุดหมาย ก่อนที่จะมีพลเมืองดีพาตัวเธอมาส่งที่ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ หลังจากรับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น นักสังคมสงเคราะห์ ได้พาเธอเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยง ในตอนแรกจำเลยได้ให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา ก่อนที่จะยอมรับสารภาพในเวลาต่อมา

ตั้งแต่ที่เดือนแรมเริ่มต้นเข้ามาใช้ชีวิตในบ้านพักฉุกเฉิน และมีการดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยง แม่ไม่เคยมาเยี่ยมเลยสักครั้ง มีเพียงโทรศัพท์มาหาเพื่อขอตัวเด็กสาวกลับไปใช้งาน  นานวันเข้าความรักของแม่ก็ยิ่งเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม  เพราะเมื่อทุกครั้งที่ทั้งสองพบกันในวันขึ้นให้การในชั้นศาลผู้ให้กำเนิดกลับเรียกร้องจะเอาแต่เงินค่าเสียหายที่เดือนแรมจะได้รับ  “ศาลระบุว่าเด็กจะต้องได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายด้วย นอกเหนือไปจากการถูกลงโทษของจำเลย เงินนี้จะต้องเป็นเงินของเด็ก ตอนออกมาจากศาลแม่ก็มาถามกับนักสังคมสงเคราะห์ว่าตัวเองมีส่วนได้เงินเท่าไหร่ แต่เขาไม่เคยถามถึงความเป็นอยู่ หรือมีความรู้สึกของลูกเลย”

เดือนแรม คือเด็กคนหนึ่งที่มีความใฝ่ดี แม้ว่าชีวิตที่ผ่านมาจะต้องพบเจอกับปัญหาที่เกินกว่าเด็กหญิงคนหนึ่งจะพึงแบกรับ หากแต่เดือนแรมก็ไม่เคยคิดหรือทำให้ชีวิตของตนเองต้องตกต่ำเลวร้ายลงกว่าเดิม … บาดแผลในชีวิตของเธอล้วนแต่เป็นสิ่งที่คนอื่นหยิบยื่นให้ทั้งสิ้น

ไม่มีใครรู้หรอกว่าก้าวต่อไปในชีวิตของเธอจะเป็นเช่นไร เดือนแรมจะได้เจอพ่อแท้ ๆ อย่างที่หัวใจปรารถนาไหม เด็กสาวจะต้องพบเจอกับเรื่องราวอะไรอีกบ้าง  แต่ทุกคนที่นี่ก็พร้อมจะสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เธอ

หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว  ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่  สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1    ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-7 ต่อ 109,113 E-mail: admin@apsw-thailand.org เว็บไซต์สมาคม www.apsw-thailand.org