Hair Magazine

อีเสือ.. ดูหนังกับดารา

อีเสือ.. ดูหนังกับดารา โดย มนัส กิ่งจันทร์

“ดูหนังกับดารา” เป็นกิจกรรมของหอภาพยนตร์ฯ ที่เชิญชวนดาราอาวุโสให้ย้อนอดีตกลับมาดูหนังที่ตนเองแสดงอีกครั้งในโรงภาพยนตร์ จะเลือกดูหนังเรื่องอะไรก็ได้ เมื่อดูจบแล้วก็จะมีการพูดคุยกับแฟนๆ เล่าถึงประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับภาพยนตร์นั้นๆ ให้ฟัง ก็จะมีแฟนๆ มาขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นดาราเหมือนเมื่อครั้งในอดีตซึ่งในเดือนธันวาคม 2562 ที่ผ่านมาก็ได้รับเกียรติจากอดีตนางเอกสาว วาสนา สิทธิเวช มาร่วมกิจกรรม ในเดือนมกราคม 2563 ที่เพิ่งผ่านมานี้ก็ได้รับเกียรติจากคุณภิญโญ ปานนุ้ย ส่วนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 นี้นั้น ก็ได้รับเกียรติจากคุณวาสนา ชลากร

วาสนา ชลากร เกิดเมื่อปี 2490 ที่กรุงเทพมหานคร มีชื่อเล่นว่า แดง จบจากโรงเรียนวิมุตยรามพิทยากร ใกล้สะพานพระราม 6 ฝั่งธนบุรี วาสนาเริ่มต้นในวงการบันเทิงด้วยการไปสมัครเป็นนักร้องกับวงดนตรีสุนทรภรณ์ของครูเอื้อ สุนทรสนาน ฝึกร้องเพลงจนได้ตำแหน่งนักร้องดาวรุ่งพรุ่งนี้จึงออกไปทำงานเป็นนักร้องแผนกดนตรีของโรงงานยาสูบและอยู่ในความดูแลของครูนารถ ถาวรบุตรและครูสมาน กาญจนผลิน ตามลำดับ

วาสนา เคยเป็นนางแบบเดินแฟชั่น ใช้ชีวิตการเป็นนักร้องอาชีพครั้งแรกที่ฉุยฉายไนท์คลับและร้องประจำอีกหลายแห่ง เช่น ซูซี่วอง ลิโด้ นาทูริสต์ โดเรมี พุทธชาต ฯลฯ ในด้านการแสดงภาพยนตร์นั้น วาสนาปรากฏตัวครั้งแรกในฐานะดารารับเชิญจากหนัง 16 มม. เรื่อง จอมประจัญบาน (2509 มิตร-เพชรา) ซึ่งเป็นหนังที่สร้างยกย่องเกียรติวีรกรรมทหาร ลูกเสือและตำรวจตระเวนชายแดน โดยมี พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้อุปถัมภ์การสร้าง ส.อาสนจินดา เป็นผู้กำกับการแสดง ฉายเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2509 ที่โรงหนังบางกอก หลังจากนั้นวาสนาก็กลับไปใช้ชีวิตนักร้องอีกจนได้ฉายาว่า สาวไฟพะเนียง กระทั่ง ชรินทร์ นันทนาคร มาพบขณะกำลังร้องเพลง จึงชวนให้มาแสดงหนังเรื่อง แมวไทย (มิตร-เพชรา) โดยให้วาสนารับบทเป็น อัปสรสุดา สาวเซ็กซี่ยั่วยวนใจชายแถมยังมีบทบู๊ให้สวมชุดสุดวาบหวิวอีก หนังฉายเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2511 ที่โรงหนังคาเธ่ย์ ทำให้ชื่อของวาสนา ชลากร เริ่มเป็นที่รู้จัก

จากนั้นวาสนาก็มักจะได้รับบทตัวอิจฉาริษยาหรือที่เรียกว่า ตัวโกงฝ่ายหญิง ซึ่งแทบทุกเรื่องก็มักจะต้องมีบทเซ็กซี่ยั่วยวนใจชายด้วยเสมอ จึงทำให้ตั้งแต่ปี 2512 วาสนามีผลงานมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเรื่อง 4 สิงห์อิสาน (2512 สมบัติ-ชัชฎาภรณ์) ปีศาจแสนสวย (2512 สมบัติ-โสภา) ลูกปลา (2512 มิตร-เพชรา) ปลาไหลทอง (2512 มิตร-เพชรา) ไพรรัก (2512 มิตร-เพชรา) ทับสะแก (2512 สมบัติ-อรัญญา) ปราสาททราย (2512 มิตร-เพชรา) เจ้าแม่สาริกา (2512 มิตร-อรัญญา) ลอยกระทง (2512 มิตร-เพชรา) เทพบุตรลูกทุ่ง (2512 รุจน์-วาสนา) เทพฤทธิ์จอมเพชฌฆาต (2513 มิตร-โสภา) ฝนใต้ (2513 สมบัติ-เพชรา) ฝนเหนือ (2513 สมบัติ-เพชรา) จำปาทอง (2514 มิตร-อรัญญา) น้องนางบ้านนา (2514 ไชยา-อรัญญา) สื่อกามเทพ (2514 สมบัติ-เพชรา) ธารรักไทรโยค (2514 สมบัติ-เพชรา) น้ำใจพ่อค้า (2514 ยอดชาย-ดีเสวต) ลูกยอด (2514 กรุง-เพชรา) รักร้อน (2514 สมบัติ-เพชรา) กว่าจะรักกันได้ (2514 ไชยา-อรัญญา) ค่าของคน (2514 ไชยา-พิศมัย) เพลงรักลูกทุ่ง (2515 สมบัติ-อรัญญา) เข็ดจริงจริงให้ดิ้นตาย (2515 สายัณห์-ดวงดาว) หาดทรายแก้ว (2515 สมบัติ-เพชรา) คนกล้าตาย (2515 ยอดชาย-สุทิศา) วางฟูซาน (2516 ยอดชาย-มิสหลินจี้) แม่นาคพระโขนง (2516 สุภัค-ยอดชาย) ภูกระดึง (2516 สมบัติ-อรัญญา) พยัคฆ์พันลาย (2516 สมบัติ-เพชรา) รสสวาท (2516 ไพโรจน์-ซีซาน) ไผ่ล้อมรัก (2516 อรัญญา-ไพโรจน์) สวรรค์เวียงพิงค์ (2516 ไพโรจน์-กรุง-วันดี) แม่นาคอาละวาด (2516 ยอดชาย-สุภัค) เศรษฐีถังแตก (2516 ยอดชาย-ภาวนา) เจ้าปลิวสิงห์สุพรรณ (2516 ยอดชาย-เพชรา) หัวใจหิน (2516 สมบัติ-เพชรา) นี่หรือผู้หญิง (2517 ยอดชาย-ภาวนา) นางสิบสอง (2517 นรา-เยาวเรศ) น้ำตานาง (2517 ไพโรจน์-วันดี) สนหน่อยน่าทูนหัว (2517 ยอดชาย-สุภัค) ผู้ดีเถื่อน (2517 ไพโรจน์-อรัญญา) ตัณหา (2518 ยอดชาย-วันดี) ฉันไม่อยากเป็นคุณนาย (2519 สมบัติ-เพชรา) อีเสือ (2520 กรุง-รุ้งลาวัลย์) ลบลายเสือ (2521 สมบัติ-อรัญญา) ฯลฯ

นอกจากนี้ วาสนายังได้แสดงหนังโทรทัศน์ให้กับดาราฟิล์มของ ไพรัช สังวริบุตร หลายเรื่อง เช่น พระลักษณวงศ์ พานทองรองเลือด นางสิบสอง ขุนแผนผจญภัย ฯลฯ

กิจกรรม ดูหนังกับดารา วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ คุณวาสนาก็เลือกดูหนังเรื่อง อีเสือ นำแสดงโดย กรุง-รุ้งลาวัลย์-นิรุตติ์-ศศิมา สร้างโดย วีระศักดิ์ภาพยนตร์ โดย วีระศักดิ์ ฉายายน เป็นผู้อำนวยการสร้าง วินิจ ภักดีวิจิตร กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 4 มีนาคม 2520 ที่โรงหนังเพชรพิมาน75-ออสการ์

ทำไม วาสนาจึงเลือกดู อีเสือ รอไว้ถามในงานนะครับ

อีเสือ นั้น วาสนา ชลากร กลับมารับบทเป็นตัวเอกฝ่ายหญิงโดยแสดงเป็นไพลิน เด็กสาวซึ่งพกความแค้นฝังใจมาตั้งแต่เด็กๆ ครั้งนั้นพ่อถูกฆ่า แม่ถูกข่มขืน คนร้ายก็คือ ขุนฤทธิ์ หาญไพรี (ศิริพงษ์ อิศรางกูรฯ) เมื่อฆ่าแล้วก็เผาบ้านและยังนำตัว ฤทธิรณ (กรุง ศรีวิไล) น้องชายไพลินไปเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะด้วย ส่วนไพลินนั้นก็ได้เสือห้าว หัวหน้าที่มีโจรคุณธรรม ปล้นคนรวย ช่วยคนจน เป็นผู้นำไปเลี้ยงจนโตเป็นสาว ไพลินถูกฝึกให้เป็นนักฆ่าและออกปล้นชาวบ้าน ต่อมาเสือห้าวบุกเข้าปล้นโรงสีและถูกตำรวจยิงตาย ก่อนตายเสือห้าวได้แต่งตั้งให้ไพลินเป็น อีเสือ เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์การเป็นโจรที่มีคุณธรรมต่อไป แต่ไพลินก็ไม่เคยลืมความแค้นของตน

ต่อมาฤทธิรณเรียนสำเร็จเป็นนายตำรวจกลับมาประจำการที่บ้านเกิด ระหว่างเดินทางกลับก็ถูกไพลินกับพวกเข้าปล้นรถ แต่เมื่อไพลินรู้ว่าฤทธิรณนั้นเป็นลูกชายของขุนฤทธิ์ ก็เปลี่ยนใจไม่ปล้น แต่กลับให้ความช่วยเหลือเพราะไพลินรู้ว่า ฤทธิรณนั้นเป็นน้องชายตนเอง ไพลินบอกฝากไปยังขุนฤทธิ์ ให้ระวังตัวให้ดี อีเสือจะฆ่าล้างโคตรตระกูลหาญไพรี ต่อมาสมุนของอีเสือก็จับลูกสาวของขุนฤทธิ์ไป ฤทธิรณตามไปช่วย แต่พลาดท่าถูกจับตัวไว้ บุษบา (ศศิมา สิงห์ศิริ) น้องสาวอีเสือซึ่งแอบชอบฤทธิรณ ก็ช่วยฤทธิรณให้หนีออกไปจากชุมโจรได้

อีเสือยกพวกเข้าปล้นงานแต่งฤทธิรณกับวัลยา (รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากูร) และจับตัวขุนฤทธิ์ไป หมายจะแก้แค้น ฤทธิรณกับพวกก็พาตำรวจตามไปช่วย อีเสือจับขุนฤทธิ์มัดไว้ที่ต้นไม้ใหญ่ ขู่จะฆ่าทิ้ง ขุนฤทธิ์ก็ได้งงๆ ว่า ทำไมอีเสือจึงเคียดแค้นตนเองยิ่งนัก อีเสือจึงบอกความจริงให้รู้ว่า อีเสือก็คือเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่รอดชีวิตจากการฆ่าแล้วเผาครั้งนั้น ระหว่างนั้นฤทธิรณก็ตามมาทัน เกิดการยิงต่อสู้กัน อีเสือถูกกระสุนปืน แต่ก็ยังกลั้นใจควบม้าหนี ขุนฤทธิ์บอกความจริงให้ฤทธิรณรู้ว่า อีเสือนั้นเป็นพี่สาวแท้ๆ ฤทธิรณจึงตามอีเสือไปและทันดูใจอีเสือผู้เป็นพี่สาว