Hair Magazine

สวรรค์วันเพ็ญ

สวรรค์วันเพ็ญ   โดย  มนัส กิ่งจันทร์

จริงๆ แล้ว งานรำลึกมิตร คิดถึงไชยา นั้น ถ้าเราได้ภาพยนตร์ที่มิตรและไชยาแสดงร่วมกันมาฉายในงานก็น่าจะดี แต่เผอิญว่ามิตรกับไชยาแสดงภาพยนตร์ร่วมกันเพียง 3 เรื่อง ข้อสำคัญ 3 เรื่องนี้ ปัจจุบันก็ยังหากากฟิล์มหรือเศษฟิล์มไม่ได้เลย 3 เรื่องที่แสดงร่วมกัน ก็คือ

1) เก้ามหากาฬ หนัง 16 มม.พากย์สด นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ไชยา..วัชรภาพยนตร์ สร้าง..วิมล ยิ้มละมัย อำนวยการสร้าง..ส.อาสนจินดา กำกับการแสดง..ฉายครั้งแรกวันที่ 31 มกราคม 2507 ที่โรงหนังคาเธ่ย์

2) อินทรีมหากาฬ หนัง 16 มม.พากย์สด นำแสดงโดย มิตร-พิศมัย-ไชยา..วัชรภาพยนตร์ สร้าง..วิมล ยิ้มละมัย อำนวยการสร้าง..ส.อาสนจินดา กำกับการแสดง..ฉายครั้งแรกวันที่ 28 มกราคม 2508 ที่โรงหนังคาเธ่ย์

3) จามรี สีฟ้า หนัง 16 มม. พากย์สด นำแสดงโดย มิตร-พิศมัย-ไชยา..บูรพาศิลป์ภาพยนตร์ สร้าง..สำเภา ประสงค์ผล อำนวยการสร้าง..พันคำ กำกับการแสดง..ฉายครั้งแรกวันที่ 11 มิถุนายน 2508 ที่โรงหนังคาเธ่ย์

คราวนี้ก็มารู้จัก สวรรค์วันเพ็ญ ที่ผู้ใหญ่เป๋จะมาพากย์สดๆ กัน

สวรรค์วันเพ็ญ นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-สมจินต์-ศรีนวล-ชรินทร์-วาสนา-อดินันท์-สมจิต-สมพล-ชฎาพร-มาลี..นันทนาครภาพยนตร์ สร้าง..ชรินทร์ นันทนาคร อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 26 ธันวาคม 2512 ที่โรงหนังคาเธ่ย์

สวรรค์วันเพ็ญ เป็นหนังชีวิตรัก ออกแนวครบรส สมัยนั้นจุดขายอยู่ที่การนำ ศรีนวล สมบัติเจริญ ภรรยาของสุรพล สมบัติเจริญ มาร่วมแสดง ศรีนวลจะแสดงเป็นน้องสาวของมิตร นอกจากนี้ยังมีดาราจากจอแก้วคือ สมจินต์ ธรรมฑัต มาแสดงเป็นพ่อของเพชรา เนื้อหาของหนังจะถ่ายด้วยฟิล์ม 16 มม. แต่ฉากเพลง 6 เพลง จะถ่ายด้วยฟิล์ม 35 มม.เสียงในฟิล์ม แต่ฟิล์มชุดนี้จะไม่มีฉากเพลงแล้ว ส่วน 6 เพลงนั้นก็มีเพลง สวรรค์วันเพ็ญ-ถวายความรัก-ศิลปิน-แผ่นดินทอง-เนื้อทองบ้านทุ่ง-พบกันที่สวรรค์วันเพ็ญ ซึ่งเป็นเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อหนังโดยเฉพาะ

เริ่มเรื่องจากนายพร (สมจินต์ ธรรมฑัต) รับใคร่ชอบพอกับเดือน (ปริม ประภาพร) แต่นายสิน (แมน ธีระพล) ลูกกำนันมาติดพันเดือนด้วย นายพรกับนายสินจึงท้าดวลกันอย่างลูกผู้ชาย ถ้าใครชนะก็จะได้เดือนไปเป็นเมีย ผลการต่อสู้นั้น นายพรเป็นฝ่ายชนะ จึงได้เดือนเป็นเมีย แต่นายสินกลับตระบัดสัตย์โดยหาเรื่องกลั่นแกล้งว่า นายพรเป็นโจรปล้นควายกระทั่งนายพรต้องโทษจำคุก

ด้วยความเคียดแค้นที่ถูกนายสินกลั่นแกล้ง นายพรจึงแหกคุกออกมาและฆ่านายสินกับเดือนตายเพราะจับได้ว่า เดือนเมียรักเป็นชู้กับนายสิน พอฆ่าเสร็จ นายพรก็เผากระท่อมทิ้ง แต่ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ ก็เลยอุ้มเด็กติดมือมา เด็กน้อยๆ คนนี้ก็คือลูกสาวของนายพรที่เกิดจากเดือนนั่นเอง แม้นายพรจะเกลียดเดือน แต่ก็ฆ่าเด็กน้อยคนนี้ไม่ได้

นายพรซึ่งตอนนี้ก็กลายเป็นเสือพรไปจริงๆ แล้ว คงไม่มีปัญญาจะเลี้ยงดูลูกน้อยได้ จึงพายเรือนำลูกน้อยไปฝากพี่แพร (สมจิต ทรัพย์สำรวย) พี่สาวให้เลี้ยงดูแทน คืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง นายพรจึงตั้งชื่อลูกน้อยนี้ว่า วันเพ็ญ นายพรกำชับพี่แพรไม่ให้บอกว่าใครเป็นพ่อเด็กและให้พี่แพรรับสมอ้างเป็นแม่ของวันเพ็ญด้วยเลย จากนั้นนายพรก็ไปเสือพรตามโชคชะตาต่อไป

นายพรซึ่งตอนนี้ก็กลายเป็นเสือพรไปจริงๆ แล้ว คงไม่มีปัญญาจะเลี้ยงดูลูกน้อยได้ จึงพายเรือนำลูกน้อยไปฝากพี่แพร (สมจิต ทรัพย์สำรวย) พี่สาวให้เลี้ยงดูแทน คืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง นายพรจึงตั้งชื่อลูกน้อยนี้ว่า วันเพ็ญ นายพรกำชับพี่แพรไม่ให้บอกว่าใครเป็นพ่อเด็กและให้พี่แพรรับสมอ้างเป็นแม่ของวันเพ็ญด้วยเลย จากนั้นนายพรก็ไปเสือพรตามโชคชะตาต่อไป

แม่แพรก็ต้องหาว่าฆ่านายหวิงตาย ก็ยิ่งทำให้อาการป่วยกำเริบอีกจนแม่แพรเสียชีวิต วันเพ็ญตัดสินใจจะออกไปบ้านดอนกระสวยเพื่อไปตามหาพ่อ จึงเอาห่อเถ้ากระดูกแม่แพรไปซ่อนไว้ข้างๆ องค์พระพูดได้ จากนั้นวันเพ็ญกับหว่างก็มุ่งไปสถานีรถไฟ ระหว่างที่รถไฟยังไม่ออก หว่างก็ลงไปขายไม้กวาดก่อน ก็เลยกลับขึ้นรถไฟไม่ทัน

วันเพ็ญเข้ากรุงเทพฯเพื่อติดตามหาพ่อโดยมีรูปถ่ายของพ่อเพียงใบเดียว ก็เผอิญเดินไปพบบ้านหลังหนึ่งกำลังมีงานเลี้ยงใหญ่โต ด้วยความหิววันเพ็ญจึงไปเกาะรั้วมองถาดข้าวปลาอาหารโดยไม่รู้ว่ามีสายตาของสารวัตรสดุดี (มิตร ชัยบัญชา) จ้องมองอยู่เพราะคิดว่าวันเพ็ญเป็นสายลับมาดูลาดเลาก่อนจะเข้าปล้นบ้าน ต่อมาเมื่อสารวัตรสดุดีจับผู้ร้ายตัวจริงได้ จึงรู้ว่าวันเพ็ญไม่ใช่คนร้าย จะปล่อยตัววันเพ็ญไป วันเพ็ญก็ไม่ยอมไปเพราะไม่รู้ว่าจะไปไหน สารวัตรสดุดีจึงพาวันเพ็ญไปอยู่บ้านและให้สมอ้างหลอกคุณหญิงแม่ (มาลี เวชประเสริฐ) ว่าวันเพ็ญเป็นภรรยาและมีลูกด้วยกัน คุณหญิงแม่จะได้ไม่บังคับให้แต่งงานกับสร้อยระย้า (วาสนา) แต่ความก็แตกก่อนเพราะสุทธินี (ศรีนวล สมบัติเจริญ) น้องสาวสารวัตรไม่รู้แผนมาก่อนจึงบอกคุณหญิงแม่ว่าวันเพ็ญไม่ใช่ภรรยาพี่ชาย

วันเพ็ญอยู่บ้านสารวัตรสดุดีก็มีนายอ่อน (ชรินทร์ นันทนาคร) เป็นเพื่อน ส่วนความรักของวันเพ็ญกับสารวัตรก็ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ สารวัตรรับปากจะช่วยตามหาพ่อให้วันเพ็ญ ต่อมาวันเพ็ญเห็นสารวัตรนอนห้องเดียวกับสร้อยระย้า ก็น้อยใจและแอบหนีออกจากบ้าน โดยไม่รู้ว่านั่นคือ แผนลวงที่สร้อยระย้าสร้างขึ้นเพราะอิจฉาวันเพ็ญ

วันเพ็ญเดินทางกลับบ้านดอนกระสวย ก็พบกับหว่างและพากันไปเอาถุงเถ้ากระดูกแม่เพื่อเดินทางไปหางานทำงานที่แหลมฉบัง ระหว่างนั้นเองสารวัตรสดุดีก็เดินทางมาบ้านดอนกระสวยด้วยเพราะได้ข่าวว่าเสือพรหลบซ่อนอยู่ที่นั่น สารวัตรจึงแสร้งนำวงดนตรีลูกทุ่งของนายอ่อนมาแสดงเพื่อจะให้พรรคพวกเสือพรออกมาดูและจะล้อมจับกุม แต่แผนก็แตกเสียก่อนเพราะหว่างดันขึ้นไปประกาศหาสารวัตรบนเวที จึงเกิดการยิงกันขึ้น สารวัตรถูกยิงที่มือขวา ส่วนเสือพรหลบหนีไปได้

ฝ่ายวันเพ็ญเมื่อรู้ว่าสารวัตรถูกยิงบาดเจ็บ ก็เป็นห่วงออกตามหาสารวัตร แต่ถูกเสือพรขู่บังคับให้ไปหาม้ามาให้เพื่อจะได้หลบหนี ระหว่างที่จูงม้ามานั้น สารวัตรก็มาเห็นและพูดคุยกับวันเพ็ญ ทำให้เสือพรรู้ว่า แท้จริงแล้ว วันเพ็ญคนนี้ก็คือลูกสาวของตนเอง

รุ่งเช้า สารวัตรก็นำกำลังล้อมจับเสือพร แต่เสือพรท้าสู้กับสารวัตรต่อตัวต่อ ระหว่างที่สองคนกำลังควบม้าเข้าหากันนั้น วันเพ็ญก็เกรงว่า สารวัตรมือเจ็บอยู่ จะยิงสู้เสือพรไม่ได้ ก็คว้าปืนยาวออกมาจ้องไปที่เสือพร จากนั้นก็ลั่นไกปืนออกไป ร่างของเสือพรพลัดตกจากหลังม้า วันเพ็ญรีบวิ่งไปหาสารวัตรด้วยความเป็นห่วง สารวัตรไม่เป็นอะไรและบอกความจริงให้รู้ว่า เสือพรคนนี้แหละคือพ่อที่วันเพ็ญตามหา วันเพ็ญโกรธสารวัตรที่ไม่ยอมบอกความจริงแต่ทีแรกว่า เสือพรคือพ่อ ทำให้เธอต้องกลายเป็นลูกอกกตัญญูฆ่าพ่อตัวเอง

ฝ่ายเสือพรก็บอกว่า รู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วที่เห็นวันเพ็ญคุยกับสารวัตร รู้ว่าวันเพ็ญรักสารวัตรด้วย ก็เลยยอมที่จะตายด้วยมือสารวัตรดีกว่า ปืนที่เสือพรถืออยู่ก็ไม่มีลูกกระสุนที่จะยิงคนรักของลูกได้ แต่วันเพ็ญก็ยังเสียใจที่สารวัตรไม่บอกความจริงและวิ่งหนีไป สารวัตรวิ่งตามวันเพ็ญไปก็พบกับหว่าง หว่างสารภาพว่า ตนเป็นคนยิงเสือพรเอง สารวัตรจึงพาหว่างไปบอกความจริงกับวันเพ็ญ หว่างบอกว่า รู้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าพ่อของวันเพ็ญคือ เสือพรและที่หว่างยิงเสือพรก็เพราะกลัวว่า เสือพรจะออกมาเปิดเผยว่าเป็นพ่อวันเพ็ญ จะทำให้วันเพ็ญไม่มีความสุขที่มีพ่อเป็นโจร วันเพ็ญกับสารวัตรสดุดีก็เลยปรับความเข้าใจกันได้ ภาพยนตร์ก็อวสาน