Hair Magazine

สวรรค์บ้านนา หนังที่คนสุรินทร์ต้องดู โดย มนัส กิ่งจันทร์

หน้าแล้ง เข้ากรุงมุ่งหางาน.. หน้าฝน กลับมาพบกันคำโปรยนี้ สมัยก่อนถือว่าเป็นคำพูดที่ถูกต้องที่สุดสำหรับคนอีสานที่จากบ้านเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ การจากบ้านเกิดเมืองนอน จากคนที่รักมักจะสร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่ต้องพลัดพรากอยู่เสมอ ยิ่งหากคนๆ นั้นกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรักด้วยแล้วก็จะยิ่งทุกข์ใจหนักขึ้นไปอีก ยามที่ต้องอยู่ไกลกัน คงจะมีแต่อดีตเก่าๆ ช่วยย้ำเตือนให้เราคิดถึงบ้าน คิดถึงคนที่รัก คิดถึงเพื่อนที่เคยเที่ยวเคยกินด้วยกัน แม้ก่อนการจากกันทุกครั้งก็มักจะสั่งเสียว่า วันหนึ่งเราจะกลับไป ครั้นเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป สังคมและสิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยนไป ใจคนก็เปลี่ยนตาม คืนวันเก่าๆ จึงเหลือเป็นเพียงรอยอดีตที่ถูกทิ้งไว้ในความทรงจำเท่านั้น

 สวรรค์บ้านนา นำแสดงโดย ปิยะ ตระกูลราษฎร์-แสงเดือน ดารา-แสงดาว-ตะวัน-ดู๋-ดี๋-แอ๊ด คาราบาว-สุชาติ-อุดม-ชวลิต-ทองมี มาลัย-ดาวใต้ เมืองตรัง-เทพพร เพชรอุบล-สนธิ สมมาตร สร้างโดย รุ่งกิจฟิล์มโปรดักชั่น โดย กิตติภัทร์ รุ่งธนเกียรติ เป็นผู้อำนวยการสร้าง สุรสีห์ ผาธรรม กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 22 ตุลาคม 2526 ที่โรงหนังเพชรรามา-เพชรเอ็มไพร์-สามย่าน-เจ้าพระยา

ตอนที่ สวรรค์บ้านนา ออกฉายนั้น ผมจากสุรินทร์เข้ากรุงเทพฯมาเรียนหนังสือได้หลายปีแล้ว ปีหนึ่งๆ ผมก็จะได้กลับสุรินทร์เพียงครั้งหรือสองครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมกลับไปและเพื่อนก็พาไปหาเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เราเคยฉายหนังกลางแปลงมาด้วยกันสมัยที่เรียนมัธยม พอไปถึงก็เห็นเพื่อนกำลังตั้งแสง ลองเครื่องฉายหนังก่อนจะฉายหนังกลางแปลงจริงๆ ในคืนนั้น เพื่อนเขาหยิบฟิล์มม้วนสุดท้ายของหนังเรื่อง สวรรค์บ้านนา มาทดลองฉาย ผมก็ดูไป คุยไป ก็มองเห็นแอ๊ด คาราบาว ร้องเพลงวณิพกในตอนท้ายๆ ม้วน เพื่อนก็บอกว่า นี่แหละเป็นหนังที่ถ่ายทำในจังหวัดสุรินทร์และดังมากๆ

ผมมันประเภทสำนึกรักบ้านเกิดอยู่แล้ว พอรู้ว่า เป็นหนังที่ถ่ายทำในจังหวัดสุรินทร์ ก็ชักอยากจะดูเต็มๆ เรื่องขึ้นมา แต่หนังก็ลาโรงไปเป็นปีๆ แล้ว สุดท้ายก็เลยได้แต่อาศัยฟังเพลง ฝากเพลงถึงเธอ ซึ่งเป็นเพลงเอกของเรื่อง ร้องโดย สนธิ สมมาตร เพื่อนบอกว่า เพลงนี้ดังมากๆ ที่สุรินทร์ มีคนของฟังทางสถานีวิทยุบ่อยๆ แต่น่าเสียดายที่หนัง สวรรค์บ้านนา ไม่เคยมีการออกเป็นวีดีโอให้เช่าเลย

วันเวลาผ่านไป จากปี 2527 กระทั่งปี 2534 คุณกมล กุลตังวัฒนา ผู้สร้างหนังเรื่อง มนต์รักแม่น้ำมูล-ครูบ้านนอก ฯลฯ ก็มาเช่าโรงหนังแอมบาสเดอร์ สะพานขาว จัดฉายหนังไทยเก่าๆ แล้วก็มีการขึ้นป้ายโฆษณาว่า จะฉายเรื่อง สวรรค์บ้านนา ด้วย จากนั้นอีกไม่นาน สวรรค์บ้านนาก็ออกมาเป็นวีดีโอเทปให้เช่าโดยบริษัท VRC ผมจึงได้เช่ามาดู แต่ภาพและเสียงก็ไม่ค่อยดีนัก แถมเนื้อหาบางส่วนก็ถูกตัดทอนออกไปด้วย จากนั้นอีกไม่นานก็เห็นไอบีซี เคเบิ้ลทีวี นำมาฉายอีก แต่คราวนี้ภาพเต็มจออ้วนๆ แถมหนังก็สั้นลงไปอีก ผมจึงได้แต่รอว่า เมื่อไหร่หนอ จะได้เห็นหนังฉบับสมบูรณ์ของสวรรค์บ้านนาบ้าง

สวรรค์บ้านนา เป็นหนังเพลงที่สะท้อนชีวิตของคนอีสานซึ่งเข้ามาหางานในกรุงเทพฯ พอถึงฤดูฝน แค่เห็นฝนตก คนอีสานก็ร่ำๆ อยากจะกลับบ้านไปทำนากันแล้ว หนังเต็มไปด้วยเพลงไพเราะที่แต่งขึ้นโดยเฉพาะ มีทั้งเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง หมอลำ แต่ที่แปลกตาก็เห็นจะเป็น แอ๊ด คาราบาว ซึ่งขณะนั้นยังไม่โด่งดังเต็มที่ก็มาร่วมแสดงและร้องเพลงด้วย เช่นเพลง แตงโม สวรรค์บ้านนา ผู้เฒ่า วณิพก

ในฐานะคนสุรินทร์แล้ว สวรรค์บ้านนา เรียกได้ว่า เป็นประวัติศาสตร์ของเมืองสุรินทร์เพราะผู้สร้างก็เป็นคนสุรินทร์ นักแสดงสมทบบางคนก็เป็นคนดังๆ ในเมืองสุรินทร์และหนังยังถ่ายทำในจังหวัดสุรินทร์เกือบทั้งเรื่อง เช่น ฉากที่ปั๊มน้ำมัน สถานีวิทยุเอฟเอ็ม วงเวียนน้ำพุ ห้างสรรพสินค้าฮั่วฮวดเฮง โรงภาพยนตร์เพชรเกษม อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง สถานี บขส.สุรินทร์ ฯลฯ นับแต่มีการสร้างภาพยนตร์ในประเทศไทย ก็เห็นจะมีแต่ สวรรค์บ้านนา นี่แหละครับที่ถ่ายทำในสุรินทร์มากที่สุด (ก่อนหน้านั้นก็มีเรื่อง หมัดสังหาร-ไผ่กำเพลิง ที่มาถ่ายเฉพาะฉากงานช้างสุรินทร์) ผมถึงบอกว่า เป็นหนังที่คนสุรินทร์ต้องดู

ช่วงที่ผมกับเพื่อนๆ ออกตามหากากฟิล์มหนังไทยเก่าๆ นั้น ก็มักจะถามหาเรื่อง สวรรค์บ้านนา อยู่เสมอ ครั้งหนึ่งเคยไปเจอกากฟิล์มที่บริการฉายหนังกลางแปลงแห่งหนึ่งในร้อยเอ็ด แต่เขาก็ไม่ขาย ส่วนที่สุรินทร์นั้น เพื่อนบอกว่า บริการสัจจาภาพยนตร์มีเหลืออยู่ก๊อบปี้หนึ่ง แต่เส้นฝนเยอะมากๆ โดยคุณสัจจาซึ่งเป็นเจ้าของบริการหนังได้ร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย จึงยังเก็บฟิล์มไว้ กระทั่งต่อมาเพื่อนคนหนึ่งไปพบกากฟิล์มอีกชุดหนึ่งจึงนำมาฉายทำภาพไว้ก่อน แต่ก็พบว่า หนังขาดหายไปบางฉากและบางเพลง จากนั้นเมื่อไม่มีกี่เดือนมานี้ ผมกับเพื่อนก็ไปพบกากฟิล์มเรื่องนี้อีกชุดหนึ่ง เข้าใจว่า จะมาจากจังหวัดศรีสะเกษ โดยคุณกุ้ง วงดนตรี กุ้งมิวสิคอินคอนเสิร์ต ปักธงชัย เป็นผู้ซื้อกากฟิล์มเก็บไว้ เมื่อฉายดูแล้วก็พบว่า หนังขาดหายไปบางฉาก อย่างไรก็ตาม เมื่อภาพนำกากฟิล์มทั้งสองชุดมาตัดต่อรวมกัน ก็จะได้ภาพและเนื้อหาที่ครบถ้วนสมบูรณ์

เรื่องย่อของ สวรรค์บ้านนา นั้น เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ คนอีสานกลุ่มหนึ่งซึ่งเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ พอตกค่ำๆ ก็มักจะไปพบกันที่ร้านขายลาบหน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง คืนนั้นแปลกหน่อยตรงที่มี ถึกหรือแอ๊ด คาราบาว มาร่วมวงไพบูลย์ด้วยเนื่องจากว่า ถึกเพิ่งจะถูกไล่ออกจากงาน ฐานเล่นเพลงไม่ถูกใจคนฟัง ขณะนั้นฝนตกมาพอดี คนกลุ่มนั้นจึงตกลงจะกลับบ้านไปทำนา ถึกจึงถูกชวนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่บ้านนอกด้วยกัน

เมื่อไปถึงบ้านนอก ถึกก็พยายามศึกษาวิถีชีวิตของคนอีสานเพื่อจะแต่งเพลงชุดใหม่ ส่วนคนอื่นๆ ก็พากันแยกย้ายกันไปทำนา ช่วงนั้นมีงานบุญบั้งไฟ หนุ่มสาวหลายๆ คนก็จับคู่จีบกัน แต่เฉพาะแสงเดือน นางเอกของเรื่องนั้นก็มีหนุ่มๆ หมายปองหลายคน แต่ ทองมี มาลัย หมอลำดังผู้เป็นพ่อ ก็คอยกันท่าเพราะอยากจะให้แสงเดือนลูกสาวนั้นได้แต่งงานกับดี๋ ดอกมะดัน ผู้มีอันจะกินของหมู่บ้าน แต่ก็กันปิยะพระเอกของเรื่องไม่ได้

ปิยะกับแสงเดือน แอบนัดพบกันบ่อยๆ จนเรื่องรู้ไปถึงหูทองมี ทองมีจึงนำแสงเดือนไปฝากทำงานในตัวเมือง ฝ่ายปิยะก็ติดตามหาแสงเดือนจนพบโดยอาศัยโฆษกสถานีวิทยุให้ช่วยเปิดเพลงตามหาคนรักให้ ปิยะกับแสงเดือน สัญญากันว่า เมื่อหมดหน้านา ขายข้าวแล้ว จะหนีไปทำงานกรุงเทพฯ ด้วยกัน ส่วนหนุ่มๆสาวๆ คู่อื่นๆ ต่างก็คิดว่า เมื่อหมดฤดูทำนาแล้วก็จะเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำอีก คงมีแต่ ดู๋ ดอกกระโดน ที่บอกใครๆ ตลอดว่า ครั้งนี้จะไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบีย

เมื่อพ้นหน้าเก็บเกี่ยวแล้ว ทองมีก็รับหมั้นดี๋ให้ลูกสาวของตนแบบคลุมถุงชนและก็ยังขืนใจจะขอหมั้นหมอลำลูกศิษย์สาวของตนไปพร้อมๆ กันด้วย แต่ทั้งดี๋และทองมีก็ต้องเป็นอันหม้ายขันหมากเพราะทั้งลูกและลูกศิษย์สาวต่างหอบเสื้อผ้าหนีตามไอ้หนุ่มไปกรุงเทพฯ ทองมีออกติดตามไปจนถึงท่ารถ บขส.ที่จะเข้ากรุงเทพฯ แต่ก็ไม่พบตัวลูก จึงคิดได้และพูดผ่านลำโพงกระจายเสียงของท่ารถ บขส.ว่าให้อภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ลูกสาวและว่าที่ลูกเขยกลับมาอยู่บ้านด้วยกัน หนังก็จบอย่างมีความสุขทุกคู่รัก ส่วนถึกก็ประสบความสำเร็จเกินคาดกับเพลงชุดใหม่ที่แต่งจากบ้านนา