Hair Magazine

สมิงป่าสัก

มิงป่าสัก ปี 2493 ฉายปีนี้ จะขายอะไร โดย มนัส กิ่งจันทร์

สมิงป่าสัก เป็นหนังเก่าอีกเรื่องหนึ่งที่จะฉายในวาระ 50 ปี มิตร ชัยบัญชา

ณ วันนี้ ต้องบอกว่า สมิงป่าสัก เป็นหนังไทยที่เก่าที่สุดที่เราค้นพบฟิล์ม ลองมาดูคำโปรยโฆษณาการฉาย สมิงป่าสัก ครั้งแรกเมื่อปี 2493 กันก่อนะครับ.. เขาโฆษณาว่า “เป็นภาพยนตร์สีธรรมชาติ ใช้สถานที่ถ่ายถึง 5 จังหวัดและใช้ฉากธรรมชาติอย่างแท้จริง ชมการผจญภัยในดงเมี้ยวและมูเซอร์ตามชายแดนไทยและพม่า ชมการฟ้อนแบบแปลกๆ ของชาวเมี้ยวตลอดจนการต่อสู้ทั้งในน้ำและตามขุนเขา อย่างฉกาจฉกรรจ์ มโหฬารยิ่ง นำแสดงโดย พระเอกตากล้องหนุ่มรูปหล่อ วสันต์ สุนทรปักษิณ พบนางเอกแสนสวย สุดสงวน พวงดารา ร่วมด้วย สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม พิมพ์ พวงนาค และขอแนะนำดาวร้ายดวงใหม่ สมพล กงสุวรรณ ฉายวันที่ 17 มีนาคม 2493 ที่โรงภาพยนตร์นาครสนุข”

ก่อนจะรู้เหตุผลของคำโปรยโฆษณาข้างต้น เราก็ต้องเข้าใจก่อนว่า แต่เดิมนั้น หนังไทย 35 มม.ก็มีการสร้างมาฉายเรื่อยๆ แต่พอเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ขาดแคลนฟิล์มถ่ายทำหนัง 35 มม. คุณแท้ ประกาศวุฒิสาร จึงลองนำฟิล์มหนัง 16 มม.มาถ่ายทำหนังเรื่อง สุภาพบุรุษเสือไทย และเมื่อนำออกฉายวันที่ 28 มิถุนายน 2492 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้ผู้สร้างหนังรายอื่นๆ เริ่มหันมาใช้ฟิล์ม 16 มม.ถ่ายทำหนังไทยเรื่อยมาซึ่งรวมทั้งสมิงป่าสักนี้ด้วย

ส่วนคำโปรยโฆษณาที่บอกว่า เป็นภาพยนตร์สีธรรมชาตินั้น ก็เพื่อจะสื่อความหมายให้รู้ว่า หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังขาวดำเพราะสมัยนั้นจะมีหนังขาวดำจากต่างประเทศเข้ามาฉายบ่อยๆ พอมีหนังเรื่องไหนเป็นหนังสีธรรมชาติบ้าง ก็เลยต้องโฆษณาอวดกันหน่อยว่าของฉันหนังสีนะ การได้ดูหนังสีธรรมชาติจึงเหมือนได้กำไรและจะเป็นที่น่าสนใจกว่าการดูหนังขาวดำ ส่วนที่บอกว่าใช้สถานที่ถ่ายถึง 5 จังหวัด ใช้ฉากธรรมชาติอย่างแท้จริง ชมการผจญภัยในดงเมี้ยว มูเซอร์ตามชายแดนไทยพม่า ชมการฟ้อนแบบแปลกๆ ของชาวเมี้ยวตลอดจนการต่อสู้ทั้งในน้ำและตามขุนเขาอย่างฉกาจฉกรรจ์ มโหฬารยิ่ง..นั้นก็เพื่อจะให้เห็นว่า หนังเรื่องนี้ไม่ได้ถ่ายทำแต่ในโรงถ่ายหนังซึ่งจะเป็นการสร้างฉากจำลองขึ้นมาเท่านั้น แต่หนังได้ออกไปแสดง ไปถ่ายทำในสถานที่จริงๆ คนดูก็จะได้เห็นบรรยากาศจริงๆ ของสถานที่นั้นๆ ด้วย จะเรียกว่าเป็นการขายความแปลกใหม่ก็ได้ซึ่งข้อนี้เองก็กลับกลายเป็นผลดีอย่างมากให้กับปัจจุบัน

สมิงป่าสัก เป็นผลงานการสร้าง การแสดงของ วสันต์ สุนทรปักษิน ซึ่งต่อมาก็ได้รางวัลเป็นผู้กำกับตุ๊กตาทองคนแรกของไทย หนังเรื่องนี้คุณวสันต์แสดงเป็นพระเอกเอง ปีนี้ อายุหนังก็นับได้ 70 ปีแล้ว กากฟิล์มที่พบนั้นเหลือมาเพียง 2 ม้วน คาดว่าหนังน่าจะมี 3 ม้วนจบ โดยเราได้ฟิล์มม้วน 1 กับม้วน 3 มา ดูภาพรวมๆ แล้วก็เป็นหนังที่จบเรื่อง ความยาว 53 นาที

สิ่งที่เราจะได้เห็นจากหนัง นอกจากนักแสดงรุ่นเก่าๆ เมื่อ 70 ปีที่แล้ว เราก็ยังจะได้เห็นสถานที่สำคัญของเมืองกาญจนบุรีในปี 2493 อีกหลายแห่งเช่น สถานีรถไฟกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร วัด ถ้ำ การล่องแพซุง ฯลฯ นี่แหละถือเป็นจุดขายของการฉายหนังเก่าเรื่องนี้

แรกๆ ที่ฉายหนังเรื่องนี้ดู พอเห็นสะพานข้ามแม่น้ำแควซึ่งรูปทรงดูแปลกตาไปกว่าภาพที่เราเห็นในปัจจุบัน แม้จะรู้ว่าเป็นภาพสะพานเมื่อ 70 ปีที่แล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะค้นหาข้อมูลการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควมาศึกษาเปรียบเทียบกับภาพที่เห็นในฟิล์ม สะพานข้ามแม่น้ำแควนั้น สร้างขึ้นโดยแรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรภายใต้การควบคุมของกองทัพญี่ปุ่น ต่อมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2487 สะพานก็ถูกทิ้งระเบิดทำลายโดยกองบินสัมพันธมิตร สะพานช่วงกลางพังถล่มลงมาและภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง รัฐบาลไทยจึงซื้อทางรถไฟสายนี้ต่อจากอังกฤษ แล้วก็ทำการบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่ในปี 2489

ส่วนอีกสถานที่หนึ่งที่ปรากฏในฟิล์มหนังก็คือ สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรักหรือสุสานทหารสหประชาชาติหรือที่คนเมืองกาญจน์ทั่วไปเรียกว่า ป่าช้าอังกฤษ เป็นสุสานขนาดใหญ่ที่เก็บศพเชลยศึกที่เสียชีวิตระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ สมิงป่าสักนั้นถ่ายทำราวต้นๆ ปี 2493 ดังนั้น เราจึงได้เห็นสะพานข้ามแม่น้ำแคว ภายหลังจากที่มีการบูรณะซ่อมแซมมาได้ประมาณ 4 ปี เห็นสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก เห็นสถานีรถไฟกาญจนบุรี ที่หน้าตาไม่เหมือนกับภาพในปัจจุบัน เข้าใจว่า สมิงป่าสัก จะเป็นหนังไทยเรื่องแรกๆ ที่เข้าไปใช้สถานที่นั้นๆ ในการถ่ายทำภาพยนตร์

สมิงป่าสัก เป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ ซึ่งเราไม่พบบทพากย์ ไม่พบเรื่องย่อ กว่าที่จะฉายได้นั้น เราก็ต้องอ่านปากแกะบทพากย์กันเหมือนเดิมอีก ก็ยากและท้าทายครับ

เรื่องย่อๆ ของ สมิงป่าสัก ก็มีว่า สมิง ป่าสัก พระเอกของเรื่องนั้นเป็นบุตรของนักนิยมไพรคนหนึ่งซึ่งเกิดจากเมียชาวเขา ต่อมานักนิยมไพรกับเมียชาวเขา ก็ถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ขณะกำลังจะเดินทางเข้าเมือง สมิงจึงถูกหัวหน้าชาวเขานำไปเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ จนโตเป็นหนุ่ม วันหนึ่งหัวหน้าป่าไม้พาพรรคพวกเข้าไปท่องไพรและเกิดการพลัดหลงกันเพราะมีช้างป่าอาละวาด สมิงได้ช่วยหัวหน้าป่าไม้ไว้ หัวหน้าป่าไม้จึงขอสมิงจากหัวหน้าชาวเขาเพื่อไปเลี้ยงดูต่อเพราะเห็นว่า สมิงเป็นบุตรของคนเมืองและมีหน่วยก้านดี อยากให้มีอนาคต สมิงจึงเริ่มมีความชำนาญในการท่องไพรมากขึ้นเรื่อยๆ

วันเวลาผ่านไป สมิงได้รู้จักกับนักนิยมไพรอีกคนหนึ่ง ขณะที่กำลังพานักนิยมไพรกลับไปที่พักนั้น ก็ได้พบกลุ่มคนร้ายซึ่งฉุดผู้หญิงผ่านมา สมิงจึงเข้าช่วยเหลือผู้หญิง สร้างความโกรธแค้นให้กับหัวหน้าคนร้ายเป็นอย่างมาก นักนิยมไพรเห็นว่า สมิงกับผู้หญิงอาจจะไม่ปลอดภัยถ้ายังอยู่ที่นั่น จึงชวนสมิงไปอยู่ด้วยในเมือง

เมื่อสมิงเข้าไปอยู่ในเมืองก็ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจนมีความชำนาญทางการท่องไพร วันหนึ่งสมิงกับเพื่อนๆ ก็พากันไปเที่ยวเมืองกาญจน์โดยไม่รู้ว่า หัวหน้าคนร้ายได้ตามสืบจนทราบที่อยู่ของสมิงและแอบติดตามสมิงไปเมืองกาญจน์ หัวหน้าคนร้ายได้ชักชวนกลุ่มนักเลงเมืองกาญจน์ให้ทำร้ายสมิง การทำร้ายครั้งแรกที่สะพานข้ามแม่น้ำแควก็พลาดไป สมิงเป็นฝ่ายชนะ เมื่อคนร้ายรู้ว่า สมิงจะไปล่องแพจึงไปดักเล่นงานที่แพซุงกำลังจะผ่านไป เกิดการต่อสู้กัน หัวหน้าคนร้ายจับตัวนางเอกซึ่งเป็นคนรักของสมิงหนีขึ้นเขาไป สมิงกับเพื่อนๆ จึงติดตามไปช่วยนางเอกกลับมา