Hair Magazine

รีเมคหนังไทย ตอนที่ 20 โดย มนัส กิ่งจันทร์

รีเมคหนังไทยฉบับนี้ ขอเริ่มจากหนังชีวิตรักเรื่อง แววมยุรา

แววมยุรา เป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ บทประพันธ์ของ พนมเทียน นำแสดงโดย ลือชัย นฤนาท-อมรา อัศวนนท์-พงษ์ลดา-จรูญ-สมศรี-ดรุณี-ดอกดิน-พูนสวัสดิ์ สร้างโดย นพรัตน์ภาพยนตร์ โดย เทวี คีตาชีวะ เป็นผู้อำนวยการสร้าง อธึก อรรถจินดา กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 25 เมษายน 2501 ที่โรงหนังคาเธ่ย์

สมัยนั้น ลือชัย นฤนาท เพิ่งโด่งดังมาจากเล็บครุฑ พอมารับบทเป็น สยุมภูว์ ทศพล เศรษฐีใจบุญในเรื่องนี้ก็เลยมีการโฆษณาว่าเป็นครั้งแรกที่ลือชัยรับบทชีวิตรักหวานซึ้งคู่กับ อมรา อัศวนนท์ น่าเสียดายที่ปัจจุบันเราหาฟิล์มหนังมาฉายอีกไม่ได้แล้ว ก็เลยไม่มีโอกาสได้เห็นบทบาทการแสดงของลือชัย-อมรา

อย่างไรก็ตาม ต่อมาในปี 2525 แววมยุราก็ถูกนำกลับมาสร้างอีกครั้ง นำแสดงโดย สรพงศ์-จารุณี-นาท-มยุรา-ธิติมา-อนันต์-บู๊-วิทยา-พูนสวัสดิ์ สร้างเป็นหนัง 35 มม.พากย์เสียงในฟิล์มโดย สวราฟิล์ม โดย อนันต์ นนทชัย เป็นผู้อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 3 เมษายน 2525 ที่โรงหนังเอเธนส์-เฉลิมกรุง-พาราไดซ์-พระโขนงรามา-นครหลวงรามา-เจรามา

ว่ากันตามหน้าหนังแล้ว คนทันดูรุ่นแรกก็จะบอกว่า รุ่นแรกดีกว่ารุ่นสอง แต่คนที่ชอบจารุณี สุขสวัสดิ์ ก็จะบอกว่า จารุณีรับบท แววมยุรา ได้เหมาะสมดีแล้ว ลองมาดูเรื่องย่อๆ นะครับ

แวว มยุรา (จารุณี สุขสวัสดิ์) เป็นบุตรสาวคนโตของคุณมะลิ มยุรา (มารศรี อิศรางกูรฯ) กับนายพลทหารเรือซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ต่อมาฐานะทางบ้านของแววเริ่มขัดสน แววจึงตัดสินใจไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัยโดยออกมาทำงานหาเลี้ยงแม่และส่งน้องสาวให้เล่าเรียนแทน แต่เพราะความสวยน่ารักของแวว ก็ทำให้แววทำงานที่ไหนได้ไม่นานเพราะนายจ้างชีกอต่างว่านล้อมขอให้แววยอมเป็นเมีย แววเบื่อก็เลยลาออกไปหางานที่อื่นแทนจนเป็นที่เลื่องลือว่า แววเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีซึ่งเสี่ยไวพจน์ (บู๊ วิบูลย์นันท์) นายจ้างคนสุดท้ายขอแววก็เข้าใจแวว แม้ว่าแววจะลาออกแล้ว แต่เสี่ยไวพจน์ก็ยังตามตื้อไม่เลิกและยังให้เงินเดือนแววทุกๆ เดือน

ต่อมา สยุมภูว์ ทศพล (สรพงศ์ ชาตรี) มหาเศรษฐีหนุ่มทราบเรื่องของแวว ก็เกิดสนใจในตัวแวว จึงต้องการจะพิสูจน์ศักดิ์ศรีของแววว่าจะเป็นจริงอย่างที่เพื่อนๆ บอกหรือเปล่า สยุมภูว์ปลอมตัวเป็น จักร กังวานไกล คนขายประกันจนๆ หาเช้ากินค่ำเข้าไปตีสนิทกับแวว คอยช่วยเหลือแววอย่างเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งไม่นานแววก็ค่อยๆ ประทับใจในตัวของจักร

ต่อมาแววได้รับจดหมายเชิญจากสำนักงานผลประโยชน์ของสยุมภูว์ ทศพล ให้มาทำงาน แต่เป็นงานพิสดารมากๆ คือให้แววเขียนรายงานว่าวันหนึ่งๆ แววได้ทำอะไรไปบ้างเท่านั้น ก็จะได้เงินเดือน แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามแววแต่งงานกับใคร แววเห็นว่าแปลกดีจึงยอมตกลงทำงานให้เพราะต้องการจะรู้ว่าสยุมภูว์ ทศพล เป็นใครกันและมีวัตถุประสงค์อะไรในการจ้างเธอทำงานเช่นนี้ โดยที่จักรเองก็เห็นดีเห็นงามกับงานสบายๆ แบบนี้

ระหว่างนั้น แววก็พยายามจะหาทางพบตัวสยุมภูว์ให้ได้ แต่ก็ผิดหวังตลอด ส่วนความสัมพันธ์ดีๆ ระหว่างแววกับจักรก็เริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนจักรเอ่ยปากขอแววแต่งงานโดยขอเวลาสร้างเนื้อสร้างตัว 3 ปี ขณะเดียวกันสยุมภูว์ก็เอ่ยปากบอกรักแววและขอแต่งงานด้วย ระหว่างที่จักรหายหัวไปทำงานนั่นเอง ทำให้แววเริ่มรู้สึกถึงความรักของตนที่มีต่อจักร แต่เมื่อจักรสร้างเนื้อสร้างตัวได้แล้ว แววก็ยังไม่กล้าตัดสินใจแต่งงานกับจักรเพราะเกรงว่าแม่และน้องจะไปเป็นภาระให้กับจักร ขณะที่สยุมภูว์ก็เอ่ยปากขอแววแต่งงานอีกครั้ง แววว้าวุ่นใจ คิดอะไรไม่ออกจึงไปหาจักรที่บ้านและก็ตอบตกลงแต่งงานกับจักรอย่างเงียบๆ เพียงแต่จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้น

การแต่งงานของแววกับจักรทำให้ผิดสัญญาจ้างกับสยุมภูว์ แต่สยุมภูว์กลับใจดีมอบของขวัญวันแต่งงานคือบ้านและเรือพร้อมกับจัดงานเลี้ยงให้แวว ทำให้แววซาบซึ้งใจมาก ครั้นพอถึงวันแต่งงาน สยุมภูว์ก็มอบของขวัญอีกชิ้นหนึ่งให้แวว เมื่อแววเปิดออกดูก็เห็นเป็นทะเบียนสมรสที่มีชื่อ สยุมภูว์ ทศพล เป็นเจ้าบ่าว ทำให้แววโกรธที่จักรปลอมตัวมาหลอกลวงแววแต่แรก แต่เมื่อจักรอธิบายเหตุผลให้ฟัง แววก็เข้าใจและยินดีอยู่เป็นคู่กับสยุมภูว์ ทศพล

รีเมคหนังไทยเรื่องต่อมาก็เป็นความรักระหว่างอากับหลาน นั่นคือ สลักจิต

สลักจิต เป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ บทประพันธ์ของ บุษยมาส นำแสดงโดย ชนะ ศรีอุบล-รสริน วิลาวัลย์-ทม วิศวชาติ-สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย สร้างโดย โยคีสถานสี่พระยาภาพยนตร์ โดย วิรัช พึ่งสุนทร เป็นผู้อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 28 เมษายน 2504 ที่โรงหนังเอ็มไพร์ ซึ่งเป็นหนังที่โด่งดังมากๆ ในยุคนั้น ชนะ ศรีอุบล รับบทเป็นอาเดียว ส่วน จอย สลักจิต ก็รับบทโดย รสริน วิลาวัลย์ น่าเสียดายที่ปัจจุบันเราหาฟิล์มหนังมาฉายอีกไม่ได้แล้ว ก็เลยไม่มีโอกาสได้เห็นบทบาทการแสดงของชนะกับรสรินซึ่งคนสมัยก่อนชื่นชมกันมาก

อย่างไรก็ตาม ต่อมาในปี 2522 สมบัติ เมทะนี ก็นำสลักจิตกลับมาสร้างอีกครั้ง นำแสดงโดย สมบัติ-จารุณี-ส.อาสนจินดา-มานพ-กำธร-แก้วตา-วรินดา-สุพรรณี-สาวิตรี สร้างโดย เกียรติศักดิ์โปรดักชั่น โดย กาญจนา เมทะนี เป็นผู้อำนวยการสร้าง สมบัติ เมทะนี กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 5 พฤษภาคม 2522 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม-พาราเมาท์

บท “อาเดียว” นั้น สมบัติ เมทะนี ก็รับแสดงเอง ส่วนบท “จอย” สลักจิต นั้น สมบัติและกาญจนา เมทะนี ก็ไปคว้าตัว จารุณี สุขสวัสดิ์ นางเอกวัยรุ่นของสีบุญเรืองฟิล์มมาสวมวิกผมสีทองบรอนซ์แสดงเป็นลูกครึ่งได้โดยไม่เขอะเขินอะไร มาดูเรื่องย่อๆ กันนะครับ

จอย สลักจิต ภักดีบดินทร์ (จารุณี สุขสวัสดิ์) เด็กสาวอายุ 17 ปี บุตรของภาคภูมิ ภักดีบดินทร์กับเมียแหม่มซึ่งทั้งคู่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ภาคภูมินั้นเป็นบุตรคนโตของเจ้าคุณภักดีบดินทร์ (ส.อาสนจินดา) แต่เมื่อภาคภูมิไปแต่งงานกับแหม่มก็เลยถูกท่านเจ้าคุณฯประกาศตัดพ่อลูกกัน ต่อมาเมื่อจอยกำพร้าพ่อแม่จึงต้องเดินทางกลับมาอยู่กับท่านเจ้าคุณปู่ที่เมืองไทย แม้จอยจะเป็นเด็กน่ารักและเป็นที่เอ็นดูจากอาเดียวหรือภูษิต (สมบัติ เมทะนี) แต่จอยก็กลับถูกตั้งข้อรังเกียจจากญาติๆ คนอื่น  ด้วยเกรงว่าจอยจะมาเป็นที่รักของเจ้าคุณปู่และแย่งมรดกเจ้าคุณปู่ไป

จอย จึงมีเพียงอาเดียวที่คอยรักและห่วงใยเกินกว่าฐานะของอา ทำให้เพียงเพ็ญอาสาวซึ่งแอบรักอาเดียวตั้งท่าคอยอิจฉาจอย หาทางกลั่นแกล้งจอย ต่อมาอาเดียวได้มอบแหวนประจำตระกูลให้แก่จอยเป็นของขวัญเพราะอาเดียวจะต้องเดินทางไปเรียนต่อยังต่างประเทศ ระหว่างอยู่เมืองนอกนั้น อาเดียวก็เขียนจดหมายมาจอยเสมอซึ่งทำให้อาเพียงเพ็ญอิจฉาและเริ่มใส่ไฟจอยว่าเป็นเด็กไม่ดี ชอบเที่ยวกับหนุ่มๆ ทำให้อาเดียวเริ่มไม่พอใจจอย คิดว่าจอยประพฤติตนไม่ดี มีอยู่ครั้งหนึ่ง จอยขอให้อาเดียวไปหาที่บ้านเพราะมีเรื่องจะปรึกษา แต่วันนั้นจอยมีเหตุต้องกลับบ้านค่ำ ทำให้อาเดียวโกรธ แต่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ สร้างความคับแค้นใจให้กับอาเพียงเพ็ญมากขึ้นอีก

อาเดียวรักหลานจอย แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากบอก ต่อมาธเนศ (วิทยา สุขดำรง) เพื่อนของอาเดียวก็ขอให้อาเดียวช่วยเป็นพ่อสื่อบอกจอยรัก ทำให้จอยโกรธและต่อว่าอาเดียว อย่างไรก็ตาม ต่อมาจอยรู้ว่าอาเดียวจะต้องแต่งงานกับอาเพียงเพ็ญตามที่ผู้ใหญ่แนะนำ จอยจึงประชดอาเดียวด้วยการรับหมั้นคุณเกริกลูกชายรัฐมนตรี ทำให้อาเดียวกลุ้มใจ พาธเนศผู้ผิดหวังไปดื่มเหล้าเมามายด้วยกัน จากนั้นอาเดียวก็มาบอกความในใจว่ารักจอยและมอบแหวนประจำกูลให้จอยอีกครั้ง ขณะที่จอยเองก็รักอาเดียวไม่แพ้กัน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะรับหมั้นคุณเกริกไปแล้ว

ระหว่างทางขับรถกลับบ้าน อาเดียวก็ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บและเพ้อถึงจอยตลอดเวลา จอยสงสารอาเดียวจึงไปขอถอนหมั้นจากคุณเกริก ทำให้อาเพียงเพ็ญโกรธที่จะไม่ได้แต่งงานกับอาเดียว จึงหลอกจอยให้นั่งรถไปธุระด้วยและก็ชักปืนไล่ยิงจอย จอยวิ่งหนีจากรถและหลบกระสุนปืนได้ทัน อาเพียงเพ็ญรีบลงจากรถวิ่งไล่ตามไปยิงจอยอีก รถที่ยังไม่ได้ดับเครื่องก็ไหลจากที่สูงลงมาทับร่างอาเพียงเพ็ญเสียชีวิตคาที่ เมื่อหมดเรื่องร้ายๆ จอยกับอาเดียวจึงได้แต่งงานกันและจะเดินทางไปฮันนี่มูนยังต่างประเทศ