Hair Magazine

รีเมคหนังไทย ตอนที่ 18 โดย มนัส กิ่งจันทร์

รีเมคหนังไทยฉบับนี้ ขอเริ่มจากหนังชีวิตรัก เรื่อง หนึ่งน้องนางเดียว

หนึ่งน้องนางเดียว สร้างเป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ นำแสดงโดย อมรา อัศวนนท์-ชนะ ศรีอุบล-ทักษิณ แจ่มผลสร้างโดย สนั่นศิลป์ภาพยนตร์ โดย สนั่น จรัสศิลป์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง อรรถ อรรถจินดา กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 27 มีนาคม 2502 ที่โรงหนังเอ็มไพร์ ซึ่งปัจจุบันฟิล์มหนังเต็มๆ เรื่องหาไม่ได้แล้ว ผมพบแต่ฟิล์ม 2 ม้วนสั้นๆ ที่พี่คนหนึ่งซื้อจากตลาดคลองถมเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นคนขายบอกว่าเป็นเรื่องอ้ายค่อม เพราะเห็นทักษิณ แจ่มผล ท่าทางเหมือนอ้ายค่อม แต่พอนำมาฉายดูแล้วจึงรู้ว่าเป็นเรื่อง หนึ่งน้องนางเดียว แม้จะเป็นฟิล์มเก่า 50 กว่าปีแล้ว แต่สีสันก็ยังดูสดใส เหลือความยาวประมาณ 66 นาที นอกจากนี้ยังค้นเจอเพลงเอกของเรื่องอีก 2 เพลงคือเพลง หนึ่งน้องนางเดียว กับ นางกระต่าย ด้วย

หนึ่งน้องนางเดียว นั้น ชนะ ศรีอุบล รับบทเป็น นริศ หนุ่มกรุงเทพฯ อมรา อัศวนนท์ รับบทเป็น ไพรวัลย์ สาวบ้านป่า ส่วน ทักษิณ แจ่มผล รับบทเป็น ไอ้ค่อม ชายหนุ่มร่างพิการที่เติบโตมาพร้อมๆ กับนางเอก เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อชนะขี่ม้ามาเที่ยวป่า เกิดตกม้าได้รับบาดเจ็บ อมราไปเข้าช่วยเหลือและพาชนะกลับไปพักรักษาตัวที่กระท่อมของตนโดยที่ทักษิณไม่ค่อยจะพอใจนัก

ต่อมาชนะก็ลักลอบได้เสียกับอมราโดยทักษิณได้แต่แอบเจ็บใจลึกๆ ชนะบอกว่าเมื่อกลับกรุงเทพฯแล้วจะมาพาอมราไปแต่งงานด้วย อมรารอจนคลอดลูกแล้วชนะก็ไม่กลับมาหาเลย ทักษิณจึงพาอมราไปหาชนะที่กรุงเทพฯ แต่ก็ผิดหวังกลับมาเพราะชนะไม่สนใจแถมยังไล่ส่ง

เมื่ออมรากลับมาถึงกระท่อมก็พบว่าลูกน้อยที่นำติดตัวไปด้วยป่วยตายแล้ว ด้วยความอับอายจึงพากันเผากระท่อมทิ้งและย้ายไปอยู่ภาคใต้ คืนหนึ่งอมราฝันว่ามีปู่โสมมาบอกแหล่งที่ซ่อนสมบัติใต้ทะเล เมื่อพาทักษิณไปงมหาก็พบขุมทรัพย์และร่ำรวยเป็นเศรษฐี ต่อมาชนะไปเที่ยวภาคใต้ก็ได้พบกับอมรา แต่ก็จำอมราไม่ได้ ท่าทีของชนะสนใจอมรามาก อมราซึ่งต้องการแก้แค้นอยู่แล้วจึงให้หมอผีทำเสน่ห์ให้ชนะมาหาที่บ้าน หวังจะฆ่าชนะให้ตาย

แต่พอเจอหน้า ได้พูดคุยกัน อมราก็กลับเสียท่าแก่ชนะอีก ทำให้ทักษิณโกรธมากๆ คิดจะแก้แค้นแทนเอง ทักษิณจึงไปทำศัลยกรรมที่เมืองนอกเพื่อจะไปหลอกลวงแก้แค้นคู่หมั้นของชนะและก็แก้แค้นได้สำเร็จ จากนั้นทักษิณก็จับตัวชนะมาให้อมราแก้แค้น แต่อมรากลับแก้แค้นไม่ลงเพราะยังรักชนะอยู่ สุดท้ายทักษิณก็ถูกตำรวจยิงตาย

ต่อมาปี 2523 หนึ่งน้องนางเดียว ก็ถูกนำกลับมาสร้างใหม่อีก นำแสดงโดย สมบัติ-พิศมัย-ทาริกา-นัฐ สร้างโดย วิชัยภาพยนตร์ โดย วิชัย อ๋องสุวรรณ เป็นผู้อำนวยการสร้าง โกมินทร์ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 8 พฤศจิกายน 2523 ที่โรงหนังเพชรรามา-เพชรเอ็มไพร์ หนังเดินเรื่องเหมือนกันโดยสมบัติแสดงเป็น นริศ พิศมัยแสดงเป็น ไพรวัลย์ นัฐแสดงเป็น ไอ้ค่อม

รีเมคหนังไทยเรื่องต่อมาก็ยังเป็นหนังชีวิตรักอีกเรื่องคือ ดอกแก้ว

ดอกแก้ว สร้างเป็นหนัง 16 มม.พากย์สดๆ นำแสดงโดย ไชยา สุริยัน-อดุลย์ ดุลยรัตน์-ทักษิณ แจ่มผล-วิไลวรรณ วัฒนพานิช-เพชรา เชาวราษฎร์-เชาว์-สมควร-เมืองเริง-ศรินทิพย์-น้ำเงิน สร้างโดย พิษณุภาพยนตร์ โดย พะเยาว์ ภักดีวิจิตร เป็นผู้อำนวยการสร้าง เนรมิต กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 2 มีนาคม 2505 ที่โรงหนังเอ็มไพร์ เป็นหนังเรื่องที่ 2 ของเพชรา ตอนนั้นหนังทำโฆษณาคู่มากับเรื่อง บันทึกรักของพิมพ์ฉวี หนังเรื่องแรกของเพชรา โดยดอกแก้วออกข่าวว่าจะฉายก่อน แต่ต่อมาบันทึกรักของพิมพ์ฉวีซึ่งสร้างเสร็จก็ได้เข้าฉายที่ศาลาเฉลิมกรุงก่อนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2505

ดอกแก้ว เป็นหนังที่โด่งดังมากๆ ฉายไล่เลี่ยกับบันทึกรักของพิมพ์ฉวี สองพระเอกคือ มิตรและไชยา ต่างเป็นแรงส่งให้เพชราแจ้งเกิดได้อย่างสบายๆ ปัจจุบันนี้หาหนังดอกแก้วเต็มๆ เรื่องดูไม่ได้แล้ว คงมีแต่กากฟิล์มม้วนเดียวที่เหลือสั้นๆ ประมาณ 10 กว่านาทีเท่านั้น

ดอกแก้ว เริ่มเรื่องเมื่อ เจ้าพระยาวงษานุวัติหรือท่านเจ้าคุณ (สมควร กระจ่างศาสตร์) เจ้าเมืองพิจิตรไปเที่ยวป่าล่าสัตว์กับพรานวาด (อดินันท์ สิงหิรัญ) ท่านเจ้าคุณพบรักได้เสียกับกิ่ง (วิไลวรรณ วัฒนพานิช) สาวบ้านป่าแดง ก่อนที่เจ้าคุณจะกลับได้ฝากให้พรานวาดดูแลกิ่งให้ดีและจะส่งเงินมาเลี้ยงดู

แต่เมื่อกิ่งตั้งท้องจนคลอดลูกแล้วก็ไม่มีข่าวคราวจากเจ้าคุณเลย พรานวาดโกรธท่านเจ้าคุณ หมายไปฆ่าให้หายแค้น แต่เมื่อไปถึงบ้านเจ้าคุณ พรานวาดแอบได้ยินหลวงมนู (เมืองเริง ปัทมินทร์) ชู้รักของช้อย (ศรินทิพย์) เมียน้อยเจ้าคุณพูดคุยถึงเรื่องเจ้าคุณแอบส่งเงินไปให้กิ่งสาวบ้านป่าแดงและสองคนกำลังวางแผนจะฆ่าเจ้าคุณเพื่อกีดกันไม่ให้กิ่งกับลูกได้สมบัติเจ้าคุณ

พรานวาดได้ยินเช่นนั้นจึงรู้ว่าเจ้าคุณยังรักกิ่งอยู่ จึงแสดงตนออกขัดขวาง แต่ก็ถูกหลวงมนูยิงบาดเจ็บ ส่วนเจ้าคุณเองก็ถูกยิงเช่นกัน ก่อนตายเจ้าคุณได้มอบปืนด้ามทองซึ่งมีพินัยกรรมชิ้นเล็กๆ ซ่อนอยู่ในปลอกกระสุนปืนแก่พรานวาดเพื่อนำไปให้กิ่งกับลูกสาวแทน

พรานวาดซมซานหนีกลับไปหากิ่งและมอบปืนด้ามทองให้พร้อมกับบอกให้กิ่งรีบหนีไปเพราะหลวงมนูกำลังตามมาฆ่า กิ่งหอบกระบุงซ่อนลูกสาวหนีการตามล่า ระหว่างทาง เม่น เคราแดง (เชาว์ แคล่วคล่อง) โจรร้ายเข้าช่วยเหลือและพากิ่งกับลูกสาวไปอยู่ชุมโจรด้วยกัน

กิ่งตั้งชื่อว่า แก้ว ตามชื่อดอกแก้วที่เจ้าคุณชอบ ส่วนลูกชายของเม่นก็ตั้งชื่อว่า ไม้ (ทักษิณ แจ่มผล) ทั้งสองเป็นเพื่อนเล่นกันเรื่อยมากระทั่งโตเป็นหนุ่มเป็นสาว ต่อมาแก้วค้นพบปืนด้ามทองจึงถามแม่ แม่กิ่งก็เล่าเรื่องเจ้าคุณซึ่งเป็นพ่อให้ฟัง แก้วจึงบอกว่าจะนำปืนด้ามทองไปแก้แค้นหลวงมนู

ต่อมาแก้วกับไม้หนีเข้ากรุงเทพฯ และได้เข้าไปอยู่ในบ้านของหลวงมนู วันหนึ่งราชันย์ (ไชยา สุริยัน) มาพบกับแก้วก็เกิดความพึงพอใจ แก้วเองก็พอใจราชันย์ถึงขั้นได้เสียกันขณะที่ไม้เองก็เสียใจหนักคิดว่า แก้วลืมตัว ลืมเรื่องแก้แค้น เมื่อคนในบ้านเห็นว่าราชันย์มีท่าทีชอบพอกับแก้วจึงหาทางกลั่นแกล้งแก้วตลอดเพื่อให้อยู่ในบ้านไม่ได้ แก้วจึงหนีกลับบ้านป่า

แต่ฝ่ายหลวงมนูไม่ยอมรามือ ส่งคนตามไปฆ่าถึงรังโจร ทำให้เม่น เคราแดงพาแก้วกับไม้เดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อแก้แค้นหลวงมนู แก้วกับไม้มาถึงในเวลารดน้ำสังข์ของราชันย์กับเจ้าสาว แก้วยกปืนด้ามทองจะยิงหลวงมนู แต่ไม้ไม่ยอมให้แก้วเป็นฆาตกร ไม้ประกาศว่า คนที่จะแต่งงานกับราชันย์นั้นเคยเป็นเมียของตน

หลวงมนูแค้นมากจึงยิงไม้ ไม้ก็คว้าปืนด้ามทองยิงหลวงมนู แต่กระสุนด้าน หลวงมนูจึงยิงไม้ซ้ำอีก ปรากฏว่ากระสุนที่ด้านนั้นได้หักออกจากกันทำให้เห็นว่าภายในมีกระดาษบรรจุไว้ซึ่งก็คือพินัยกรรมของเจ้าคุณนั่นเอง จากนั้นความจริงทุกอย่างจึงเปิดเผยขึ้น หลวงมนูผิดหวังถึงขั้นเป็นบ้า ยิงคนไม่เลือกจึงถูกตำรวจยิงตาย ส่วนไม้นั้นก่อนจะสิ้นใจก็ได้ฝากแก้วไว้กับราชันย์เพราะรู้ว่าแก้วรักราชันย์มากที่สุด

ต่อมาปี 2523 ดอกแก้วก็ถูกนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง นำแสดงโดย สรพงศ์-สุพรรษา-วิฑูรย์ สร้างโดย บางกอกการภาพยนตร์โดย สรวงสุดา ชลลัมพี เป็นผู้อำนวยการสร้าง เผด็จ ภักดีวิจิตร กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 20 กันยายน 2523 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม-พาราเมาท์ โดยวิฑูรย์รับบทเป็น ราชันย์ สรพงศ์รับบทเป็น ไอ้ไม้ สุพรรษารับบทเป็น แก้ว

แล้วฉบับหน้า พบกับรีเมคหนังไทย ตอนที่ 19 นะครับ