Hair Magazine

รีเมคหนังไทย ตอนที่ 16 โดย มนัส กิ่งจันทร์

รีเมคหนังไทยฉบับนี้ ขอเริ่มจากหนังที่ชื่อเหมือนกัน แต่เนื้อเรื่องแตกต่างกัน นั่นคือเรื่อง รักเอย

รักเอย รุ่นแรก เป็นหนัง 16 มม. พากย์สด ๆ นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ประจวบ-ชุมพร-ฤทธี-อดุลย์-เมตตา-ชฎาพร-สุคนธ์-อดินันท์ สร้างโดย นพรัตน์ภาพยนตร์ โดย นพรัตน์ ศศิวิมลรักษ์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง ครูเนรมิต กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 9 พฤษภาคม 2511 ที่โรงหนังคาเธ่ย์

รักเอย รุ่นนี้เรียกว่าเป็นรักเอยรุ่นมิตร-เพชรา ส่วนรุ่นที่สอง จะเป็นรุ่นพิศาล-เนาวรัตน์ ส่วนที่ว่าเนื้อเรื่องแตกต่างกันก็เพราะว่ารักเอยรุ่นมิตรนั้นสร้างจากบทประพันธ์เดิมที่ชื่อว่า ธาตุแค้น ของ สันต์ เทวรักษ์

ธาตุแค้นก็คือ รักต้องแก้แค้นนั่นเอง เรื่องของเรื่องก็คือ เพชรารักกับมิตรซึ่งมิตรอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ นักเที่ยว ต่อมาเพชราเกิดน้อยใจคิดว่า มิตรไม่รัก ก็เลยคิดฆ่าตัวตาย แต่ก็วางแผนให้คนเข้าใจว่า มิตรเป็นฆาตกร ซึ่งตอนแรกๆ ที่ถูกตำรวจจับกุมตัวไป มิตรก็ปฏิเสธตลอด แต่พอมารู้ความจริงว่า เพชรารักมาก ก็เลยแค้นมาก มิตรก็ได้สำนึกว่าตนเองต่างหากที่เป็นคนทำให้เพชราฆ่าตัวตาย แม้ไม่ได้ฆ่าด้วยมือของมิตรเอง แต่ก็คิดว่าตัวเองนั่นแหละคือฆาตกร มิตรจึงจะยอมรับผลกรรมที่ก่อครั้งนี้โดยรับสารภาพว่าตนเป็นฆาตกร.. ว่ากันว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่มิตร ชัยบัญชา แสดงบทชีวิตหนัก ๆ ได้ดีอีกเรื่องหนึ่ง

ส่วน รักเอย รุ่นที่สองนั้น เป็นหนังยุค 35 มม.พากย์เสียงในฟิล์ม นำแสดงโดย พิศาล อัครเศรณี-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์-อาพร โทณวณิก-มธุรส รัตนา-อัญชลี ชัยศิริ สร้างโดย เอเพ็กซ์โปรดักชั่น โดย นันทา ตันสัจจา เป็นผู้อำนวยการสร้าง ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 5 พฤษภาคม 2521 ที่โรงหนังสยาม-ปารีส-ออสการ์-ไดเรคเตอร์

รักเอย รุ่นนี้จะเป็นหนังรักวัยรุ่น มีตัวละครอยู่ 2 คู่ พิศาลแสดงเป็น เปี๊ยก เนาวรัตน์ แสดงเป็น เจ้าหน้อย ส่วน อาพร พระเอกใหม่แสดงเป็น ตี่  มธุรส แสดงเป็น ต้อม และอัญชลี แสดงเป็น จุ๋ม จะเป็นหนังรักซ้อนรัก วางบทให้พิศาลแอบรักเนาวรัตน์ แต่เนาวรัตน์ดันไปรักกับอาพรหนุ่มกรุงเทพฯ ที่มีเมียแล้วคือมธุรส ต่อมาอาพรรับปากกับเนาวรัตน์ว่า จะเลิกกับมธุรสและมาแต่งงานกับเนาวรัตน์ ก็ทำให้พิศาลซึ่งแอบรักเนาวรัตน์มานานต้องเก็บความชอกช้ำไว้ในใจ แต่แล้วก็เหมือนโชคช่วยเมื่ออาพรมาทราบภายหลังว่า ที่มธุรสยอมจะหย่าให้โดยตนโดยไม่บอกว่าตัวเองกำลังตั้งท้องนั้นเป็นเพราะมธุรสรักอาพรมาก ก็ทำให้อาพรได้สำนึกจึงไปขอเลิกสัญญากับเนาวรัตน์ ขณะที่เนาวรัตน์เองเมื่อได้อยู่ตามลำพังก็ทำให้รู้ถึงความในใจของพิศาลว่ารักตนมากเพียงไหน ทั้งอาพรและเนาวรัตน์จึงยอมเลิกจากกันด้วยดี อาพรก็กลับไปหามธุรสเมียรัก ส่วนเนาวรัตน์ก็กลับไปหาพิศาล ท้ายเรื่องเสียงเพลง รักเอย ดังขึ้นมา..เปี๊ยก..หน้อยกลับมาแล้ว..เจ้าหน้อยพูดกับพิศาล..พิศาลได้แต่ทำท่างุนงง…เจ้าหน้อยเข้าไปใกล้ ๆ เปี๊ยกแล้วบอกว่า หน้อยรักเปี๊ยก..พร้อมกับเสียงเพลง รักเอย..ดังมา..หนังก็จบ

เรื่องราวของความรักนั้นยากเหลือเกินที่คนไม่เคยมีความรักจะรู้จะเข้าใจ หนังไทยหลาย ๆ เรื่องก็ทำหน้าที่ถ่ายทอดชีวิตรักของตัวละครให้เราได้ดูได้เห็น แต่คนก็ยังพากันติติงว่าเป็นหนังรักน้ำเน่า ของแบบนี้ต้องรอให้เขาเจอเองนะครับจึงจะรู้ว่า รักเอยเป็นเช่นใด รักเอยมีเพลงอยู่ 5 เพลง แต่เพลงที่ได้รับความนิยมมากๆ ก็มี 2 เพลงคือ รักเอย กับ หนี้รัก

ยังมี รักเอย รุ่นที่สามอีก เป็นรุ่นของ นิ้ง กุลสตรีกับรวิชญ์ เทิดวงศ์ สร้างโดยไฟว์สตาร์โปรดักชั่น โดย ธนิตย์ จิตนุกูล เป็นผู้กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 5 ธันวาคม 2539 โดยหนังยังคงเดินเรื่องเหมือนรักเอยรุ่นที่สอง

รีเมคหนังไทยเรื่องต่อไปจะก็เป็นหนังรักซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับนางเอกใหม่ สุพรรษา เนื่องภิรมย์ นั่นคือเรื่อง ไผ่สีทอง

ไผ่สีทอง บทประพันธ์ของ โฉม ปาริษา นำแสดงโดย สรพงศ์-สุพรรษา-นิรุตติ์-รุ่งนภา-ธม-สุรชาติ-สมพงษ์ สร้างโดย วีรกรณ์โปรดักชั่น โดย ฉวีวรรณ วูวงศ์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง แสนยากร กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 14 กรกฎาคม 2522 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม-พาราเมาท์

ไผ่สีทอง เป็นหนังรักเศร้า ๆ ที่โด่งดังมากทางภาคอีสาน ตอนนั้นผมกำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาปลาย ก่อนที่หนังจะมาฉายนั้น สถานีวิทยุกระจายเสียงก็จะนำเทปละครวิทยุมาออกอากาศให้ฟังก่อนวันละตอนๆ ละประมาณ 30 นาที จนชาวบ้านชาวช่อง พ่อค้าแม่ขายติดละครวิทยุกันงอมแงม พอได้เวลาที่ละครมา ทั้งตลาด บ้านช่องต่าง ๆ ก็จะพากันเปิดแต่ละครวิทยุกระเป๋าเรื่อง ไผ่สีทอง กันหมด เดินผ่านไปทางไหน ก็จะได้ยินแต่เสียงละครวิทยุ จากนั้นอีกไม่นาน หนังก็มาเข้าโปรแกรมฉาย ก็มีเสียงเล่าลือถึงความดีของหนัง ความน่ารักของนางเอกใหม่สุพรรษา ความน่าสงสารที่พระเอกสรพงศ์ต้องมากระอักเลือดจนตัวตายบ้าง ตอนนั้น แม้จะรู้เรื่องย่อ ๆ ของหนังหมดแล้ว แต่คนสมัยนั้นก็ยังไปดูหนังด้วยความสุขความชอบเหมือนเดิม

ไผ่สีทอง มีเพลง รักตรึงใจ ซึ่งได้รับความนิยมมาก ๆ สมัยนั้นเพื่อนนักเรียนก็พากันเอากีตาร์โปร่งมาดีด มาร้องเพลงรักตรึงใจกันเป็นแถว ๆ และหนังก็ยังมีคำกลอนที่โดดเด่นที่คนดูจำได้แม่น ก็คือ

จากวันนั้น ถึงวันนี้ ก็ปีกว่า  ที่ตาพบ สบตา พาผสาน

ตาที่สบ คอยล่อ ทรมาน  กว่าจะพบ แววหวาน สงสารตา

ถ้าถามว่า ข้ารัก มากแค่ไหน  จะขอให้ สัจจา ประสาซื่อ

หัวใจพร้อม ถอดวาง กลางฝ่ามือ  แล้วยื่นถือ ให้นาง อย่างเต็มใจ

สุพรรษา เนื่องภิรมย์ จึงแจ้งเกิดจากหนังเรื่องนี้ได้สำเร็จ สำหรับสุพรรษานั้น มีชื่อเล่นว่า ษา เกิดที่กรุงเทพฯ ขณะเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนสตรีนนทบุรี เพื่อนของคุณพ่อเห็นหน้าตาเข้าที น่าจะเป็นนางเอกหนังได้ จึงพาไปฝากคุณนายแดง จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร เจ้าของค่ายจิรบันเทิงฟิล์ม ได้แสดงหนังเรื่องแรกคือ รอยลิขิต ซึ่งเป็นการร่วมสร้างระหว่างไฟว์สตาร์โปรดักชั่นกับจิรบันเทิงฟิล์ม มี พอเจตน์-อำภา เป็นดารานำ ส่วนสุพรรษารับบทนักศึกษาสาวผู้มีใจกตัญญูระหว่างนั้นก็มีการสร้าง ไผ่สีทอง คู่กันด้วย แต่ไผ่สีทอง ได้ฉายก่อนในวันที่ 14 กรกฎาคม 2522 สุพรรษาจึงแจ้งเกิดทันทีจากเรื่องนี้ ขณะที่รอยลิขิตฉายถัดมาอีกเดือนในวันที่ 10 สิงหาคม 2522 ก็เป็นแรงเสริมตอกย้ำภาพลักษณ์นางเอกสวยแสนดีให้กับสุพรรษามากยิ่งขึ้น

ความที่ ไผ่สีทองโด่งดังมาก ๆ โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์บ้านผม ก็ทำให้ต่อมา รักษ์ หล่อเกษมศานต์ เจ้าของโรงหนังเพชรเกษม สุรินทร์ ตัดสินใจนำกลับมาสร้างอีกครั้งเป็นรุ่นที่สอง นำแสดงโดย ศตวรรษ ดุลยวิจิตร-นาตยา จันทร์รุ่ง-วีระชัย หัตถโกวิท-รัชดา พลาดิกุล-โสภา มหวัฒน์ โดย จารึก สงวนพงษ์ เป็นผู้กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 15 สิงหาคม 2535 ที่โรงหนังมอลล์ 6-ปู่เจ้าสำโรง-ลาดพร้าวสะพาน 2-เฉลิมศรี แต่หนังก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่ารุ่นแรก

ปิดท้าย รีเมคหนังไทยฉบับนี้ ก็เป็นหนังสองชื่อ นั่นคือ ขุนดอน

ขุนดอน บทประพันธ์ของ ศักดิ์สุริยา นำแสดงโดย กรุง-สรพงศ์-ภาวนา-เนาวรัตน์-ดวงชีวัน-ไพโรจน์-สิงหา-ครรชิต-ดามพ์-วิทยา-ภูมิ-จิรศักดิ์-คัมภีร์ แสงทอง-อรอุมร สิงห์ศิริ สร้างโดย ชุติพงษ์ภาพยนตร์ โดย สุวิทย์ ชุติพงษ์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง ชาย มีคุณสุต กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 14 กรกฎาคม 2521 ที่โรงหนังปารีส

ขุนดอน เป็นหนังบู๊ที่ตัวเอกต้องปลอมตัวเป็นโจรเพื่อมาปราบโจร สุดท้ายก็เปิดเผยตัวว่า ใครเป็นใคร ยศอะไร โดย สรพงศ์ รับบทเป็น พุย พายุพัด กรุง ศรีวิไล รับบทเป็น เสือดอน กระดูกแดง ตอนออกฉายไม่ค่อยได้รับความนิยม ต่อมาปี 2526 จึงมีการนำมาฉายใหม่อีกครั้งโดยตัดต่อปรับแต่งเนื้อหาให้กระชับขึ้น ตั้งชื่อเรื่องใหม่ว่า เดี่ยวกระดูกเหล็ก โดยเปลี่ยนชื่อผู้สร้างเป็น อำนวยทิพย์ภาพยนตร์ โดย พิมาน ดำเนินงานสร้าง ณรงค์เดช กำกับการแสดง ฉายวันที่ 4 มิถุนายน 2526 ที่โรงหนังเจ้าพระยา-ลาดพร้าวรามา-ไทยเจริญรามา-บางแครามา-คลองเตยรามา-กรุงเทพรามา แต่ก็ยังไม่ค่อยได้รับความนิยม

แล้วฉบับหน้า พบกับรีเมคหนังไทย ตอนที่ 17 นะครับ