Hair Magazine

รักผิวต้องคอยดูแล

รักผิวต้องคอยดูแล

ใครๆ ก็บ่นว่าข้าวของเครื่องใช้เศรษฐกิจในยุคปัจจุบันแพงขึ้นทุกวัน โธ่! อย่าว่าแต่ข้าวของเครื่องใช้เท่านั้นเลย ความสวยความงารมนี่แหละ ไอ้สิ่งที่มันไม่มีชีวิตจิตใจยังแพงขึ้นเลย ก็ดูอย่างค่าตัวดารานักแสดงสิ ใครสวยมากเด่นมากค่าตัวก็แพงมาก ก็อย่างที่มีคนบอกว่าปัจจุบันความสวยก็แพงขึ้น ความอิ่มก็แพงโข ยิ่งความสบายนะแพงหูฉี่เลย  แล้วหญิงสาวหลายๆ คนที่วิ่งตามความ “แพง” ของเจ้าสิ่งพวกนี้ไม่ทันจะทำอย่างไร

ผิวสวยเป็นสิ่งที่หญิงสาวทั้งโลกปรารถนา และยิ่งการได้เป็นเจ้าของผิวผุดผ่องโดยไม่ต้องมีติดตัวมาแต่ชาติปางก่อน หรือมัวมาเดินค้นหาร้านเสริมสวยเพื่อขัดนั้นขัดนี่ ตรงนี้นิดตรงนี้หน่อยให้วุ่นไปหมด ซึ่งหลายคนที่อยากสวยให้เหมือนนางงาม แต่ไม่มีปัจจัยที่เรียกว่า “เงิน” จะทำอย่างไร ก็สิ่งรอบตัวนี่แหละที่ทำให้สาวๆ ทั้งหลายสวยเหมือนนางงาม หรือสวยยิ่งกว่าด้วยซ้ำไป แถมไม่สิ้นเปลือง ไม่เป็นอันตราย และยังทำได้ด้วยตนเอง

คุณทราบกันบ้างหรือไม่ว่ายาปฏิชีวนะทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นยาคุมกำเนิด ยานนอนหลับ ยาระงับประสาทแก้เครียด ยาบำรุงบางชนิด หรือยาอะไรต่อมิอะไรอีกหลายๆ ยานั่นแหละ ตัวดีทีเดียวที่ทำให้ความสดชื่นของผิวหนังเสียความเป็นธรรมชาติ  เพราะยาบางชนิดนั้นจะทำให้ผิวหนังของแต่ละคนว่าจะทำปฏิกิริยากับตัวยาตัวไหนอย่างไร  เพื่อความปลอดภัยที่ดีที่สุด การใช้ยาควรอยู่ในความควบคุมของแพทย์

สภาพผิวของคนเราก็เหมือนกับสภาพผิวของสิ่งมีชีวิตทั่วๆ ไป ที่ต้องเปลี่ยนไปตามวัยและความสวยงาม  ใครจะให้หยุดอยู่กับที่ ดังนั้นเครื่องสำอางจึงเป็นสิ่งจำเป็น และการใช้เครื่องสำอางอย่างเก่าโดยไม่คิดจะเปลี่ยน หรือพัฒนาอะไรที่แปลกใหม่ ความสวยก็คงจะไม่สวยขึ้นหรอก ไม่ว่าจะเป็นแป้งพัฟ อายแชโดว์ โฟมหรือสบู่ล้างหน้า โอ๊ยอีกเยอะแยะ สิ่งเหล่านี้แหละที่ควรจะต้องเปลี่ยนกันบ้างเพื่อความเก่าความแก่จะได้วิ่งช้าลง  แต่ถ้าคุณใช้เครื่องสำอางผิดประเภทละก็  ฮึ่ม…ความแก่ที่ว่าวิ่งช้าๆ ก็จะแซงขึ้นหน้าอย่างไม่ทันทีเดียว ก็คงจะลองหันกลับไปมองดูกระเป๋าเครื่องสำอางว่าควรเปลี่ยนอะไรบ้าง ลิปสติกสีใหม่ หรืออายแชโดว์ตลับใหม่ก็น่าลองนะ

ผิวหนังเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งของร่างกายที่จัดว่าเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักไม่แพ้อวัยวะอื่นๆ เลย อารมณ์ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน ริษยา โกรธ เศร้าโศก ความไม่พอใจ กริยาอาการต่างๆ ที่ทำให้กล้ามเนื้อภายในร่างกายต้องเกร็งตัว และทำงานหนักมากขึ้น รวมทั้งระบบการหมุนเวียนของโลหิตด้วย คงเคยเห็นเวลาคนกลุ้มใจ หรือมีความทุกข์ ความกังวลจะทำให้ใบหน้าหมองคล้ำ ผิวพรรณหม่นหมองไม่ผุดผ่อง เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้ใบหน้าเหี่ยวแห้ง ก็ต้องหัดมองโลกในแง่ดี ทำใจให้บริสุทธิ์มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส นอกจากจะเป็นเสน่ห์แล้วยังทำให้ผิวหนังสดชื่น ได้พักผ่อนแถมยังน่าคบหาสมาคมด้วย

เปิดโอกาสให้เลือดได้ไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหน้า วิธีง่ายๆ ก็นอนหงายบนเตียงนั่นแหละ แต่ให้หัวต่ำกว่าหมอนเล็กน้อย หรือจะทำท่าหกสูง คือการทรงตัวข้างฝาโดยเอาศีรษะตั้งบนพื้นปล่อยให้เท้าชี้ขึ้นฟ้า  นอกจากจะเป็นผลดีแก่ใบหน้า สมองก็พลอยได้รับการหล่อเลี้ยงจากเลือดด้วย ถ้าทำได้วันละ 1-2 ครั้ง รับรองสวยไปขั้นหนึ่งแล้ว

น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของร่างกาย ก็อย่างที่คนเฒ่าคนแก่พูกว่า อดข้าว 7 วันไม่ตายหรอก แต่ถ้าอดน้ำ 5 วันก็ตายแล้ว  ฉะนั้นน้ำจึงจัดว่าเป็นหัวใจสำคัญของความชุ่มชื่น  การได้ล้างหน้าจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะนอกจากจะเป็นการทำความสะอาดแล้ว ยังเป็นการช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าได้ แต่การล้างหน้าควรดูด้วยว่าสภาพผิวของเราเป็นอย่างไร  หากหน้ามันก็ล้างหน้าบ่อยสักนิด แต่ถ้าคนที่มีผิวแห้งล้างเพียงวันละ 1-2 ครั้งก็พอ และควรใช้โฟมหรือสบู่ที่อ่อนๆ

รอยย่นรอยตีนกามักจะเริ่มขึ้นบนใบหน้าของผู้ที่มีอายุ 25 ขึ้นไป แต่ก็อย่างว่าของแบบนี้ไม่แน่นอน อายุ 20 ปีก็อาจมีได้หากไม่รู้จักบำรุงให้ดี พวกที่ชอบเป็นหนูทดลองยานั่นแหละตัวดี ก็ประเภทชอบทดลองเครื่องสำอางว่าจะทำให้ตัวเองดูสวยขึ้น หรือพวกที่ชอบทำหน้าตามู่ทู่ทั้งวัน  ควรใช้ครีมบำรุงผิวหน้าเพื่อให้เกิดความชุ่มชื่นบ้างก็ดี ซึ่งวิธีง่ายๆ ก็คือ นำสำลีชุบน้ำเย็นมาปิดไว้บริเวณหนังตาทั้ง 2 ข้าง ประมาณ 15-30 นาที หรือเอาผลแตงกวาฝานเป็นแผ่นบางๆ มาปิดบริเวณตาก็ได้เหมือนกัน จะทำให้ดวงตาสดชื่นบ้างก็จะดี อีกสิ่งที่ควรทำคือการออกกำลังกายตา โดยการยิ้มกับกระจก กลอกตาไปมาซ้าย-ขวา ขึ้น-ลง หมุนเป็นวงกลม เพื่อเป็นการทำให้กล้ามเนื้อใต้ขอบตาขยายตัวเต็มที่

ในปัจจุบันมีการรณรงค์เรื่องการประหยัดน้ำกันมากมาย แต่หากเราจะดื่มน้ำให้มากๆ นั้นไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องไปประหยัด เพียงแต่ควรดื่มน้ำให้หมดแก้วทุกครั้งที่รินใส่แก้ว แต่ไม่ควรดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะผิวหนังเราคงไม่ต้องการ

การที่มนุษย์เราต้องตรากตรำทำงานหนักมาตลอดแล้วไม่ได้รับการพักผ่อนนั้น ก็เป็นผลเสียต่อร่างกาย ก็ขนาดหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรทำงานมากๆ โดยไม่ได้หยุดพักมันก็พังเสียหายเหมือนกัน  เพราะฉะนั้นการนอนหลับวันละ 9 ชั่วโมง จะช่วยทำให้ร่างกายได้พักผ่อนแถมยังลดวัยให้ใบหน้าได้ 5 ปี  การนอนหลับที่ถูกคือนอนหลับในเวลากลางคืนแล้วก็ต้องหลับจริงๆ  อ้อ! สิ่งสำคัญคืออย่าอดนอนในตอนกลางคืน แล้วมานอนชดเชยในตอนกลางวัน ซึ่งไม่ใช่การชดเชยที่คุ้มกัน นอกจากนั้นการนอนก็ต้องเป็นไปอย่างธรรมชาติ แล้วพวกที่นอนไม่หลับที่ต้องพึ่งยาระงับประสาท  ยานอนหลับจำพวกนี้ไม่ให้ผลดีแก่ร่างกายหรอกสู้การนอนหลับอย่างธรรมชาติไม่ได้

การนอนหลับอย่างเดียวก็ไม่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงสดชื่น ดังนั้นอาหารจึงเป็นส่วนสำคัญที่มีบทบาทต่อผิวหนังมิใช่น้อย รับประทานประเภทโปรตีนให้มาก (เนื้อสัตว์ทุกชนิด นมสด ไข่) และประเภทผักสด ผลไม้สด ผิวหนังต้องการวิตามิน E, A และ C

การพอกหน้าเป็นสิ่งสำคัญในการบำรุงรักษาผิว ครีมหรือตัวยาพอกหน้าช่วยรักษาความสะอาดส่วนลึกของรูขุมขน ช่วยบำรุงผิว สมานรูขุมขนให้เนียนขึ้นด้วย ถ้าหากใครต้องการครีมพอกหน้าสดๆ ก็ทำเองได้ของใช้ในครัวนี่แหละ ไข่ไก่  ผักสดจำพวกแตงกวา หรือน้ำผึ้งก็นำมาพอกหน้าได้เหมือนกัน