Hair Magazine

รักข้ามขอบฟ้า โดย มนัส กิ่งจันทร์

ในกรุฟิล์มหนังไทยเก่าๆ ของบริการรัตนศิลป์ภาพยนตร์ จังหวัดอำนาจเจริญ นั้น แม้พวกเราจะพบหนังสำคัญที่หาดูได้ยากหลายๆ เรื่อง แต่ในยามนี้ หนังที่คิดว่าสำคัญที่สุดที่พบในกรุนี้น่าจะเป็นหนังส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับกัมพูชา เรื่อง รักข้ามขอบฟ้า ปี 2514 เพราะครั้งหนึ่ง คนไทยกับคนกัมพูชาเพียรพยายามตามหาฟิล์มหนังเรื่องนี้จนแทบพลิกแผ่นดิน แต่ก็หาไม่พบ

พูดถึงหนังเรื่องนี้ ก็ต้องเวลาย้อนกลับไปเมื่อกุมภาพันธ์ 2546 ที่เกิดเหตุการณ์ประท้วงจนนำไปสู่การจลาจลเผาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการภาพยนตร์และละครเพราะยังไม่กล้าเสี่ยงที่จะเข้าไปประกอบกิจการต่อในกัมพูชาด้วยเกรงว่าจะถูกประท้วงอีก กระทั่งกลางปี 2548 กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญจัดโครงการสานสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมระหว่างไทยกับกัมพูชาขึ้น มีการนำอดีตดารายอดนิยมของกัมพูชาคือ ดีเสวต นางเอกจากหนังเรื่อง งูเกงกอง ไปร่วมงาน ส่วนฝ่ายไทยก็นำพระเอกนางเอกที่เคยแสดงหนังร่วมกับดีเสวตคือ สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงศ์ ไปร่วมกระชับสัมพันธไมตรีโดยครั้งแรกนั้นตั้งใจจะฉายหนังเรื่อง รักข้ามขอบฟ้า ซึ่งดาราทั้งสามคนแสดงร่วมกันเพื่อเป็นพยานแห่งความสัมพันธ์ด้านความบันเทิงที่มีมาช้านานให้ชมด้วย

งานนั้น คาดหวังว่า หนังเรื่อง รักข้ามขอบฟ้า จะเข้ามาทำหน้าที่เชื่อมสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ นอกเหนือไปจากการให้ความบันเทิงทั่วไป แต่น่าเสียดาย พอใกล้ถึงวันงานจริงๆ กระทรวงการต่างประเทศก็ไม่สามารถหาฟิล์มหนังเรื่อง รักข้ามขอบฟ้า กลับมาฉายในงานนี้ได้

อันที่จริงแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชานั้นมีมาช้านาน หากแต่เป็นเรื่องระหว่างเอกชนกับเอกชน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขาย แลกเปลี่ยนภาพยนตร์ซึ่งกัน สมัยนั้นชาวกัมพูชาก็ให้ความสนใจจะดูหนังไทย ก็มีการส่งหนังไทยยุคมิตร-เพชรา พากย์เสียงภาษากัมพูชาเข้าไปฉายบ่อยๆ ส่วนกัมพูชาก็ส่งหนังกัมพูชามาฉายในไทยเช่นกัน

หนังกัมพูชาที่คนไทยรู้จักมากที่สุดก็คือ งูเกงกอง ซึ่งเมื่อเกิดกระแสขึ้นมา ก็ทำให้มีหนังกัมพูชาเข้ามาฉายในไทยอีกหลายเรื่องเช่น บัวขาวน้อย สังข์ทอง กากี กระเป๋าทอง ทิพย์สุดา ธาวรีกรรแสง นางผมหอม ถล่มฤทธิ์พญายักษ์ ฯลฯ เป็นต้น

ส่วน รักข้ามขอบฟ้า นั้นก็สร้างขึ้นท่ามกลางกระแสความนิยมหนังกัมพูชา ดารากัมพูชา จึงมีการเทียบเชิญ พระเอก-นางเอกคือ เจีย ยุทธรและดีเสวต ให้มาแสดงร่วมกับ สมบัติ เมทะนี-อรัญญา นามวงศ์ โดย ส.อาสนจินดา เป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์และกำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 19 มีนาคม 2514 ที่โรงหนังคาเธ่ย์และฉายที่กัมพูชาด้วย

สำหรับฟิล์ม รักข้ามขอบฟ้า ที่พวกเราได้มานั้นเหลือมีอยู่ 3 ม้วน เป็นม้วนที่ 1 ที่ 2 และม้วน 4 ซึ่งเป็นม้วนจบ แต่เนื่องจากฟิล์มผ่านการฉายมาอย่างหนัก จึงทำให้ขาดความสมบูรณ์ของเรื่องไปบ้าง แต่ก็ยังพอดูรู้เรื่องและต่อไปนี้ก็จะเป็นเรื่องย่อๆ ที่อ่านได้จากฟิล์มหนังที่เหลือนะครับ

รักข้ามขอบฟ้า เริ่มเรื่อง เมื่อจรูญ สินธุเศรษฐ รับบทเป็นหนุ่มไทย เกิดรักใคร่ชอบพอกับนางละครชาวกัมพูชา (ไม่ทราบชื่อ) และได้เสียเป็นสามีภรรยากันอย่างลับๆ แต่เพราะจรูญมีภรรยาชาวไทยคือ ชฎาพร วชิรปราณี อยู่แล้ว จึงไม่อาจนำนางละครคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้านได้

ต่อมานางละครก็ตั้งครรภ์โดยมีปฐมชัย ชมศรีเมฆ เป็นญาติผู้ใหญ่คอยช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด นางละครคลอดบุตรเป็นเด็กหญิงน่ารัก (โตมาเป็น ดีเสวต) เธอก็พยายามเลี้ยงดูบุตรเป็นอย่างดี แต่ก็โดนเด็กละแวกบ้านพากันล้อว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ ก็จวนเจียนจะมีเรื่องกัน ก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง (โตมาเป็น เจีย ยุทธร) มาช่วยไว้ได้ ปฐมชัยเห็นว่า เด็กผู้ชายคนนี้มีหน่วยก้านดีและเก่งทางเตะต่อยด้วย จึงชวนให้มาอยู่บ้านด้วยกัน

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เด็กผู้หญิงน่ารักก็โตเป็น ดีเสวต สาวสวยที่เก่งทางร้องทางรำเหมือนแม่ ส่วนเด็กผู้ชายก็ติดตามลุงปฐมชัยไปชกมวย จนในที่สุดก็ได้ขึ้นชกมวยคาราเต้แทนลุง ต่อมาดีเสวตก็หายตัวไปจากบ้าน ฝ่ายแม่และเจีย ยุทธร ก็ออกตามหาจนพบว่า ดีเสวตเป็นนางรำในละครเร่แห่งหนึ่ง เจีย ยุทธร จึงนำเงินที่ได้มาจากการชกมวยไถ่ตัวดีเสวตออกมาและพากลับไปอยู่ด้วยกันอย่างพี่น้อง

ด้วยฐานะความเป็นอยู่ที่ยากจน ทำให้เจีย ยุทธร ฝ่าฟันจนได้เป็นแชมป์มวยคาราเต้ ฝ่ายดีเสวตก็พยายามหางานทำ แต่ก็เผอิญไปพบเสี่ยรุจิรา อิศรางกูรฯ ล่อลวงเข้าโรงแรมหวังทำมิดีมิร้าย แต่เพราะความร่ำรวยของเสี่ยรุจิราเองจึงถูกปองร้ายจากลูกน้องของทักษิณ แจ่มผล หวังจะชิงทรัพย์ เหตุการณ์เกิดพลิกผันเพราะเสี่ยรุจิราต่อสู้ จึงพลาดท่าถูกแทงตายต่อหน้าดีเสวต คนร้ายเกรงว่า ดีเสวตจะไปแจ้งตำรวจก็จะฆ่าปิดปาก ดีเสวตจึงหนีออกจากโรงแรมไปพบกับสมบัติ เมทะนี ซึ่งเป็นทหารโดยบังเอิญ สมบัติช่วยดีเสวตให้พ้นจากมือคนร้ายได้และพาดีเสวตไปฝากไว้ที่บ้านของอรัญญา นามวงศ์ ซึ่งเป็นลูกสาวของจรูญ สินธุเศรษฐ

ยามว่างๆ ดีเสวตก็จะร่ายรำละคร จรูญมองเห็นก็พาให้คิดถึงนางละครภรรยารักที่พลัดพรากจากกัน ฝ่ายชฎาพรเมื่อเห็นว่าจรูญให้ความรัก ความเอ็นดูดีเสวตอย่างออกนอกหน้า จึงพยายามหาทางกลั่นแกล้งเสมอโดยมีทักษิณเป็นผู้ช่วย แต่สมบัติก็มาช่วยดีเสวตให้พ้นการจากการรังแกได้

กล่าวฝ่าย เจีย ยุทธร ซึ่งเดินทางมาแข่งขันมวยคาราเต้ก็เกิดพบรักกับอรัญญา ต่อมามีงานเลี้ยงที่บ้านจรูญ อรัญญาก็ขอให้ดีเสวตแสดงละครรำ ระหว่างที่ร่ายรำอยู่นั้น แม่ของดีเสวตก็มาพบพอดี ฝ่ายลูกน้องทักษิณที่มาหาทักษิณก็จำได้ว่าดีเสวตคือคนที่เห็นเหตุการณ์แทงเสี่ยรุจิราตาย ฝ่ายจรูญเมื่อเห็นดีเสวตเรียกผู้หญิงคนที่พบในงานว่าแม่ ก็จำได้ผู้หญิงคนนั้นคือนางละครภรรยาของตนนั่นเอง ความจริงจึงถูกเปิดเผยในคืนนั้นหมด ทำให้ชฎาพรผิดหวังเพราะอาจชวดเงินมรดกจากจรูญ จึงวางแผนให้ทักษิณเข้าปล้นบ้านจรูญสามีตนเองและจับตัวดีเสวตไปด้วย

อรัญญาและสมบัติก็ตามไปช่วยดีเสวต ฝ่ายเจีย ยุทธร เมื่อแข่งขันมวยคาราเต้ชนะแล้ว ก็รีบติดตามไปช่วยอีกแรง เกิดการต่อสู้กัน ฝ่ายคนร้ายเสียชีวิตหมด คงเหลือแต่ความรักของสามคู่คือ จรูญกับนางละคร สมบัติกับดีเสวต อรัญญากับเจีย ยุทธร ภาพยนตร์ก็อวสานอย่างมีความสุข

ในหนังจะมีเพลง รักข้ามขอบฟ้า เป็นเพลงเอก ถ้าฉายในเมืองไทยจะเป็นเสียงร้องของสมบัติ เมทะนี ถ้าฉายที่กัมพูชา ก็จะเป็นเสียงของนักร้องกัมพูชา ซึ่งร้องแปลเป็นภาษากัมพูชาครับ