Hair Magazine

ย้อนตำนานหนังไทย ธารรักไทรโยค โดย มนัส กิ่งจันทร์

ธารรักไทรโยค โดย มนัส กิ่งจันทร์

เป็นเรื่องโชคดีมาก ๆ ที่พวกเราเดินทางไปโรงหนังเก่าที่หล่มสัก เพชรบูรณ์ จึงได้พบฟิล์มหนัง 16 มม.เก่าเก็บ ฟิล์มเรื่องนี้ สอบถามแล้วได้ความว่า หลังจากที่โรงหนังเบ็ญจบันเทิงหมดยุคการฉายหนัง 16 มม.แล้วก็ยังเก็บฟิล์มไว้ ข้าง ๆ กระเป๋าฟิล์มก็ไม่มีชื่อหนังเขียนไว้ ในกระเป๋ามีฟิล์มอยู่ 4 ม้วน มีบทพากย์ เมื่อคลี่บทพากย์ออกดูจึงรู้ว่าเป็นหนังเรื่อง ธารรักไทรโยค หนังเพลงอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนถามหา

พูดถึงหนังเพลงที่มีชื่อไทรโยคหรือแม่น้ำแควปนอยู่ด้วยนั้น ก็แทบจะไม่ค่อยมีเลย อย่างเรื่อง สมบัติแม่น้ำแคว ปี 2511 รุ่นมิตร-มิสแอนเจล่า ยูซิน แม้จะมีเพลงด้วย ก็มิใช่หนังเพลง แต่ถ้ามีเพลงเยอะมาก ๆ ก็ต้องหนังคุณไถง สุวรรณฑัต เรื่อง เพลงรักแม่น้ำแคว ปี 2513 แสดงโดย สมบัติ-เพชรา ซึ่งมีเพลงถึง 21 เพลงและเป็นหนัง 35 มม.ทั้งเรื่อง น่าเสียดายที่ปัจจุบันหาฟิล์มไม่ได้แล้ว ส่วนธารรักไทรโยค ปี 2514 ที่เราพบฟิล์มนี้เป็นหนัง 16 มม.พากย์สด ๆ

ธารรักไทรโยค นำแสดงโดย สมบัติ-เพชรา-สังข์ทอง-สมาน-เมตตา-ประจวบ-สุวิน-น้ำเงิน-วาสนา สร้างโดย เมืองแมนภาพยนตร์ โดย วิสันต์ สันติสุชา-สมาน คัมภีร์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง สมาน คัมภีร์ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 30 กรกฎาคม 2514 ที่เอ็มไพร์ เป็นหนังชีวิตรักที่มีเพลงอยู่ 7 เพลงและเป็นเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อใช้กับหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ข้อมูลจากหนังสือแฟน ฉบับวันที่ 15 พฤษภาคม 2514 เขียนโดย ชมพู ดาวเรือง กล่าวว่า หนังถ่ายทำนอกโรงถ่ายเป็นหลักโดยเลือกสถานที่จริง ๆ แถวพุแค ทางแยกจะไปหล่มสัก ส่วนน้ำตกก็ถ่ายทำที่น้ำตกไทรโยค น้ำตกเอราวัณและบริเวณไร่ใกล้ ๆ แทบนั้นซึ่งสมัยนั้นหนทางลำบาก ไปมาไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน การได้ดูหนังในวันนี้จึงเท่ากับว่าเราได้ย้อนอดีตกลับไปดูภูมิประเทศแถวนั้นในปี 2513 ก่อนที่จะมีการสร้างเขื่อนขึ้นในภายหลัง

ส่วนจุดขายของหนังก็คือ ทิวทัศน์น้ำตกไทรโยค น้ำตกเอราวัณ พระเอก-นางเอกก็เป็นดาราแม่เหล็กและมีการนำ สังข์ทอง สีใส นักร้องที่กำลังรุ่งมาร่วมแสดงเต็มเรื่องและร้องเพลง 2 เพลง ทั้งยังเป็นการสร้างหนังครั้งแรกของวิสันต์ สันติสุชา (ก่อนที่ต่อมาจะโด่งดังจากการสร้าง คมเคียว-ไอ้เหล็กไหล-ชุมแพ) และก็ยังเป็นการกำกับครั้งแรกของ สมาน คัมภีร์ ซึ่งในเรื่องก็ยังแสดงบทพระรอง มีฉากบู๊กับพระเอกสมบัติอีกด้วย

เรื่องย่อ ๆ ของ ธารรักไทรโยค เริ่มที่บ้านขุนอาทร โภคากิจ (พิพัฒน์) ในกรุงเทพฯ เชิดบุญ (สุวิน) นักดนตรีคนยากถูกนักเลงที่ขุนอาทรจ้างให้ไปจับกุมตัวมาพร้อมกับทารกน้อย กำลังคับแค้นใจในความรักของตนกับคุณอำภาพรรณ (น้ำเงิน) เพราะขุนอาทรต้องการจะให้อำภาพรรณลูกสาวนั้นเลิกทางกับเชิดและแต่งงานใหม่กับลูกชายเศรษฐี อำภาพรรณก็จำยอมตามคำขอผู้เป็นพ่อ เชิดจึงอุ้มทารกน้อยกลับไปเลี้ยงดูที่ตำบลไทรโยค กาญจน์บุรี บ้านเกิดของตน ไปพร้อม ๆ กับความคับแค้นใจคนกรุงเทพฯ เต็มอก

18 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ทารกน้อยก็เติบโตเป็นสาวสวยแห่งตำบลไทรโยคชื่อว่า ช่อเอื้อง (เพชรา) ช่อเอื้องมี แอ๋น (เมตตา) สาวจอมทะเล้นเป็นเพื่อนคู่หูและยังมี เมียด (สมาน) หนุ่มชาวไร่มาติดพันซึ่งเชิดก็ไม่ห้ามปราม แต่จะคอยบอกช่อเอื้องว่า อยากคบคนกรุงเทพฯ เท่านั้น

ต่อมาเสือคร้าม (ถวัลย์) เข้าปล้นไร่ดวงดาว แต่โจม (แพน) หลานผู้ใหญ่บ้านกลับบอกชาวบ้านว่า นราธร (สมบัติ) กับ พงษ์พันธ์ (ประจวบ) หนุ่มกรุงเทพฯเป็นคนปล้นทั้ง ๆ ที่นราธรกับพงษ์พันธ์เพียงเข้าป่ามาล่าสัตว์ แต่เผอิญไปพักที่กระท่อมไร่ดวงดาวเท่านั้น ทำให้ช่อเอื้องรู้สึกเห็นใจนราธรที่ถูกใส่ร้าย แต่เชิดก็ไม่พอใจที่ช่อเอื้องเข้าข้างคนกรุงเทพฯ เมียดก็เลยเขม่นนราธรด้วยที่มีท่าทีมาสนใจช่อเอื้อง

นราธรไปตามจีบช่อเอื้องที่ธารน้ำตก ส่วนพงษ์พันธ์ก็ไปตามตื้อแอ๋นด้วยเช่นกัน ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้น ฝ่ายโสภิต (วาสนา) น้องสาวของโจมก็สนใจนราธร แม้ว่าโจมจะห้ามปรามก็ไม่เชื่อ เมื่อนราธรไปหาช่อเอื้องที่บ้านก็พบกับเชิด แต่เชิดไม่ต้อนรับคนกรุงเทพฯ หยิบปืนขู่จะยิง นราธรไม่ยอมกลับ จะขอพบช่อเอื้องให้ได้ จึงถูกเชิดยิงที่หัวไหล่ ช่อเอื้องรีบวิ่งไปห้ามพ่อและบอกให้นราธรกลับไปก่อน นราธรพยายามพูดให้เชิดเลิกมีอคติกับคนกรุงเทพฯ ยิ่งพูดก็ยิ่งทำเชิดแค้นใจ เมียดจึงทำร้ายนราธร ช่อเอื้องก็เข้าห้ามปรามอีกจนเมียดเดินหนีไป ช่อเอื้องบอกให้นราธรกลับกรุงเทพฯ เพราะกลัวจะเอาชีวิตมาทิ้งที่ไทรโยค

ย้อนกลับไปที่บ้านขุนอาทร ทั้งคุณอำภาพรรณและขุนอาทรต่างมีความคิดตรงกันว่าจะต้องเดินทางไปตามหาหลานสาวที่ตำบลไทรโยค ฝ่ายเสือคร้ามก็ร่วมมือกับโจมเพื่อเตรียมการปล้นบ้านเชิดและร้านเถ้าแก่ฮะเพราะคิดว่านอกจากจะได้เงินแล้ว ก็ยังจะได้สาว ๆ ไปบำเรอด้วย โสภิตแอบได้ยินความลับครั้งนี้ด้วย

ฝ่ายช่อเอื้องเมื่อขอร้องให้นราธรกลับกรุงเทพฯไม่สำเร็จ ก็เลยต้องปล่อยตามใจ ทั้งคู่ก็มาพบกันและเปิดความในใจซึ่งกันและกัน ก็ยิ่งทำให้เชิดเริ่มคิดหนัก เมื่อเมียดรู้ว่าช่อเอื้องรักนราธรจึงไปปรับความเข้าใจกับนราธร แต่เกิดการชกต่อยกันขึ้น เมียดพลาดท่าจะตกเหวตาย นราธรก็ยื่นมือไปช่วยฉุดขึ้นมา ทำให้เมียดซึ้งในน้ำใจและยอมเป็นมิตรกัน

เมื่อถึงวันเข้าปล้น เสือคร้ามก็ฉุดโสภิตไป ผู้ใหญ่เทิ้ม (แป๊ะอ้วน) กับชาวบ้านก็ตามไปช่วย เกิดการยิงต่อสู้กันกระสุนพลาดไปถูกโสภิตเสียชีวิต ระหว่างนั้นขุนอาทรกับอำภาพรรณก็เดินทางมาถึงบ้านนายเชิด แต่เชิดไล่กลับ เมื่อช่อเอื้องรู้ความจริงว่า อำภาพรรณเป็นแม่ก็ดีใจและทุกคนก็พยายามพูดให้เชิดให้อภัยต่อกัน ขณะเดียวกันนราธรกับปลัดอำเภอ (สมชาย) ก็วางแผนจับเสือคร้ามโดยปลัดอำเภอไปช่วยเถ้าแก่ฮะ ส่วนนราธรไปช่วยเชิด เมื่อเหตุการณ์สงบลง เชิดก็ให้อภัยอำภาพรรณและขุนอาทร ความรักของช่อเอื้องกับนราธรก็ลงเอยด้วยดี