Hair Magazine

นางงูเห่า

ในสมัยที่หนังไทยได้รับความนิยมมากๆ นั้น ปีหนึ่งๆ จะมีหนังไทยเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เป็นร้อยๆ เรื่อง บางเรื่องก็ทันได้ดู บางเรื่องก็ไม่ทันได้ดู ซึ่งถ้าไม่ได้ดูก็หมายความว่าจบกันคือหมดหวังที่จะได้ดูหนังอีกเพราะจะมีหนังเรื่องใหม่ๆ เข้าโปรแกรมมาฉายแทนที่ตลอด แต่พอมายุคที่วีดีโอเทปเฟื่องฟู แรกๆ ต่างก็พากันคิดไปว่าจะได้ดูหนังไทยเก่าๆ กันอีกครั้งในรูปแบบม้วนวีดีโอ แต่ในความเป็นจริงนั้นก็จะมีหนังเพียงบางเรื่องเท่านั้นที่มีโอกาสมาอยู่ในม้วนวีดีโอ แต่มีหนังไทยเก่าๆ อีกหลายพันเรื่องที่ไม่ถูกนำมาบันทึกลงม้วนวีดีโอ จึงมีปัญหาว่า ถ้าเกิดเราอยากจะดูหนังไทยเก่าๆ เราจะทำอย่างไร แรกๆ ผมก็คิดว่า ก็รอให้มีผู้ผลิตออกมา แต่ระยะหลังๆ ผู้ที่ผลิตก็เลิกไปเพราะตลาดเริ่มแคบลงเรื่อยๆ นั่นเองจึงทำให้ผมกับเพื่อนๆ หาคำตอบได้เองว่า ถ้าอยากดูหนังไทยเก่าๆ ก็ต้องลงมือตามหากากฟิล์มมาฉายดูกันเอง ฉบับนี้ จึงจะพูดถึงหนังไทยเก่าๆ ที่หามาได้จากกากฟิล์มครับ เริ่มจาก..

นางงูเห่า เป็นกากฟิล์ม 35 มม.สโคป เสียงในฟิล์ม ที่ได้มาจากกรุโรงหนังเฉลิมเอก จังหวัดร้อยเอ็ด ของนายเอี่ยวเซีย แซ่เซีย ซึ่งเสียชีวิตไปนานแล้ว พวกเรายืมฟิล์มเรื่องนี้มาจากอาจารย์ประนอม แซ่เซีย บุตรสาว เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ตอนที่เห็นชื่อหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็ดีใจแล้วเพราะเป็นหนังที่ยังไม่เคยมีผลิตออกมาเป็นม้วนวีดีโอเทป ผมเคยแทงบัญชีเป็นหนังไทยสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่จู่ๆ ก็ไม่คาดฝันเพราะโรงหนังเฉลิมเอกยังเก็บกากฟิล์มไว้ 7 ม้วน เรียกว่า จบเรื่อง เพียงแต่จะมีบางฉากที่ขาดหายไปและฟิล์มบางส่วนก็โดนละอองความชื้น ทำให้ภาพลอกๆ ไปบ้าง แต่ก็ยังพอดูรู้เรื่อง สีของหนังก็จะออกแดงๆ ตามอายุฟิล์มที่ล่วงมาถึง 39 ปี

นางงูเห่า นำแสดงโดย สมบัติ-อรัญญา-รุ้งลาวัลย์-ประจวบ-วิไลวรรณ-โขมพัสตร์-โดม-ลักษณ์-มารศรี-พฤหัส สร้างโดยอมรรัตน์ภาพยนตร์ โดยอมรรัตน์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง กิตติพงษ์ เวศภูญาณ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 18 กันยายน 2519 ที่โรงหนังแกรนด์-ออสการ์

สมัยนั้นหน้าหนังเรื่องนี้บอกได้เลยว่า ขายได้แน่ๆ เป็นหนังบู๊แนวผู้หญิงเก่ง พลางตัวด้วยชุดดำ แต่ไม่ถึงกับคลุมหน้าเหมือนเรื่อง เห่าดง พล็อตเรื่องก็ขายได้แล้ว หนังยังลงทุนทำคิวบู๊ มีฉากขับรถไล่ล่าในเมืองหลวง มีเฮลิคอปเตอร์มาเข้าฉากให้ดูยิ่งใหญ่ขึ้นจนหลายคนจดจำและอยากจะดูอีก

เริ่มเรื่อง เมื่อ เพลินพิศ (วิไลวรรณ วัฒนพานิช) น้องสาวเสือไกร (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) ขโมยเด็กผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากโรงพยาบาลเพราะความแค้นที่มีต่อผู้เป็นพ่อแม่ของเด็กผู้หญิงคนนั้น เพลินพิศนำเด็กคนนั้นไปให้เสือไกรเลี้ยงดู โดยเสือไกรตั้งชื่อให้ว่ากระต่าย(อรัญญา นามวงศ์) เสือไกรเลี้ยงดู ทะนุถนอมกระต่ายดุจเป็นลูกสาวของตนเองควบคู่ไปกับเจ้านก (ลักษณ์ อภิชาต) ลูกชายโดยคนในรังโจรทั้งหมดช่วยกันปกปิดชาติกำเนิดของกระต่ายไว้เป็นความลับ

เสือไกรสั่งสอนให้กระต่ายกับเจ้านกฝึกหัดการต่อสู้ การใช้อาวุธปืนจนฝีมือเข้าขั้น จากนั้นเสือไกรก็พากระต่ายกับเจ้านกออกปล้นพวกเศรษฐีมีสตางค์ในกรุงเทพฯ โดยในการออกปล้นแต่ละครั้งนั้น กระต่ายจะสวมใส่ชุดสีดำ ที่อกเสื้อจะปักรูปงูเห่าไว้จึงได้ฉายาว่า นางงูเห่า เป็นผู้ออกปล้น ครั้งท้ายสุดเสือไกรพาเข้าปล้นบ้านเศรษฐีซึ่งเป็นพ่อแม่ของกระต่ายเอง แต่ความที่กระต่ายไม่ใช่โจรโดยสันดาน การปล้นแต่ละครั้งจึงไม่ค่อยจะได้ทำร้ายเจ้าทรัพย์ แต่สำหรับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองนั้นถือว่านางงูเห่าก็คืออาชญากรคนสำคัญ จึงต้องออกตามไล่ล่า ทำให้เสือไกรพากันหนีไปหลบซ่อนตัว ทำไร่ทำนาอยู่ที่เพชรบุรี

กล่าวฝ่าย การันต์ กฤษดากร (สมบัติ เมทะนี) เมื่อเรียนจบวิชาสายลับเอฟบีไอจากสหรัฐอเมริกาแล้วก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ และเกิดผิดหวังกับแฟนสาว จึงเบื่อที่จะทำงาน คิดจะหาที่สงบหลบพักผ่อนสักพัก ก็เลยนั่งรถไฟสายใต้ไปเรื่อยเปื่อย ระหว่างอยู่บนรถไฟก็เกิดมีคนร้ายชิงทรัพย์ชมพู (โขมพัสตร์ อรรถยา) ม่ายสาวลูกติด การันต์เข้าช่วยเหลือจับคนร้ายได้และตัดสินใจตามไปเที่ยวบ้านชมพูที่เพชรบุรี

ระหว่างอยู่เพชรบุรีนั้น การันต์ก็ได้พบกับกระต่ายในฐานะเป็นสาวชาวนา ทั้งคู่เกิดใจตรงกัน รักกัน แม้เสือไกร เจ้านกและชมพูจะพยายามพูดจาขัดขวางแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล ต่อมาการันต์อ่านพบข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า แม่ไม่สบาย ให้กลับบ้านด่วนจึงมาลากระต่ายกลับกรุงเทพฯ ขณะที่นางพวง (สุลาลีวัลย์ สุวรรณฑัต) แม่ของเสือไกรซึ่งเลี้ยงดูกระต่ายมาตั้งแต่เด็กๆ ล้มเจ็บ ก่อนจะสิ้นใจจึงยอมเปิดเผยความจริงให้กระต่ายรู้ว่า เสือไกรกับเพลิดพิศนั้นไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริงของกระต่าย ส่วนพ่อที่แท้จริงของกระต่ายเคยเป็นรัฐมนตรีอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำให้กระต่ายเกลียดเสือไกรที่ไม่ยอมบอกความจริง เสือไกรก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่บอกว่า เสือไกรก็รักกระต่ายเหมือนกับลูกคนหนึ่ง จะยอมตายด้วยมือของลูก ฝ่ายกระต่ายเองก็ทำอะไรไม่ถูกเพราะอย่างน้อยๆ เสือไกรก็เคยเลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ใช่พ่อก็เหมือนพ่อ เผอิญว่ามีพระธุดงค์เดินผ่านมาพอดีจึงได้เทศนาเตือนสติกระต่ายให้สำนึกบุญคุณผู้ที่เลี้ยงดู กระต่ายจึงเข้าใจถึงหัวอกของเสือไกร

ต่อมาเสือไกรได้รับการติดต่อให้ทำงานพิเศษอย่างหนึ่งซึ่งจะได้เงินค่าตอบแทนสูงถึงขนาดว่า ทำเพียงครั้งเดียวก็จะเลิกเป็นโจรได้เลย เสือไกรจึงพากระต่ายกับเจ้านกเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง แต่ปรากฏว่า งานที่จะทำนั้นเป็นงานของพวกคอมมิวนิสต์ที่คิดร้ายทำลายประเทศชาติ เสือไกรจึงแกล้งจำยอมทำงานให้ โดยกระต่ายได้แอบติดต่อกับนายตำรวจใหญ่เพื่อบอกแผนการร้ายเหล่านี้ ขณะที่นายตำรวจใหญ่เองก็ได้มอบหมายให้การัตน์ซึ่งความจริงเป็นนายตำรวจเช่นกันเป็นผู้ติดตามจับนางงูเห่า ซึ่งการันต์ก็เพิ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว กระต่ายคนที่ตนรักที่เพชรบุรี นั้นคือ นางงูเห่าที่ทางราชการต้องการตัวเช่นกัน

เมื่อนางงูเห่าตกลงทำงานเป็นสายลับให้นายตำรวจใหญ่แล้ว จึงบอกวันนัดหมายให้ตำรวจเข้าทำการกวาดล้างพวกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ปรากฏว่า ผู้ก่อการร้ายถูกปราบลงราบคาบ เสือไกรกับเจ้านกก็ถูกยิงตาย ฝ่ายนางงูเห่านั้นเนื่องจากทำงานเป็นสายลับให้ทางราชการจึงไม่มีโทษและได้พบกับพ่อแม่ที่แท้จริงและได้ครองรักกับการันต์ตามที่ใจปรารถนา..