Hair Magazine

ถุยชีวิต

ถุยชีวิต อาญานรก โดย มนัส กิ่งจันทร์

เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว สมัยที่ผมยังเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ผมชอบไปฉายหนังกลางแปลงกับเพื่อน เพื่อนผมเขาเป็นลูกชายเจ้าของบริการหนังกลางแปลงชื่อ สมยศภาพยนตร์ อยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ บริการนี้จะมีหน่วยฉายหนัง 35 มม.อยู่สามหน่วยฉาย ผมก็ไปกับโยซึ่งพ่อคือ ตาเจ ให้คุมหน่วยฉายที่สาม แรกๆ ที่ผมไปช่วยนั้น ผมก็หัดทำทุกอย่างตั้งแต่ขนข้าวของขึ้นรถ ตั้งจอหนัง ตั้งเครื่องฉาย ตั้งเครื่องเสียง หัดกรอฟิล์ม หัดฉายหนัง หัดเปิดเครื่องเสียง แต่งานตอนท้ายๆ ที่ทำก็คือ หัดเป็นโฆษกคอยพูดเชิญชวนและเปิดเพลงให้ฟังก่อนที่หนังจะฉาย ผมใช้เวลาว่างๆ ในวันหยุดและปิดเทอมไปฉายหนังอย่างนี้อยู่ประมาณเกือบ 3 ปีจนเรียนจบชั้น ม.ศ.5 จึงเข้าไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ

ตาเจ พ่อเพื่อน เป็นคนเชื้อสายจีน พูดจาเสียงดัง ค่อยข้างประหยัด มัธยัสถ์ จึงทำให้หนังที่พวกเราได้ฉายนั้นมักจะเป็นหนังเก่าๆ ซึ่งฟิล์มเป็นเส้นฝนกันแล้ว แต่ก็เหมาะกับราคาที่เจ้าภาพมาจ้างไปฉายคือคืนละ 3,500 บาท ฉายกัน 5 เรื่องโต้รุ่ง แต่ถ้าเจ้าภาพเจาะจงเลือกหนังว่า จะเอาเรื่องนั้น เรื่องนี้ ราคาก็จะสูงขึ้นไปตามหน้าหนังนะครับ

แรก ๆ ที่ตาเจไม่หาหนังใหม่ๆ มาไว้ฉายก็เพราะกลัวว่าจะไม่คุ้มทุนเพราะฟิล์มหนังใหม่นั้นราคาแพง แต่ถ้าเจ้าภาพสู้ราคา ตาเจก็จะใช้วิธีไปเช่ามาฉายแทน มีครั้งหนึ่งหนังจารุณี สุขสวัสดิ์ เรื่อง บ้านทรายทอง โด่งดังมากๆ เจ้าภาพเขาก็จะเอาหนังเรื่องนี้ไปฉายให้ได้ ตาเจก็บอกว่า แพงนะ จะเอาไหมและต้องฉายเป็นเรื่องที่สามเพราะเป็นหนังวิ่งมาจากจออื่น เจ้าภาพเขาก็ใจป้ำสู้ราคา ก็เป็นอันว่า คืนนั้นหนัง 5 เรื่องที่มีบ้านทรายทองปนอยู่ด้วย ตาเจก็รับงานได้ถึง 15,000 บาทเพราะค่าเช่าหนังบ้านทรายทองนั้นก็ปาเข้าไปเป็นหมื่นกว่าแล้วครับ

จากการที่ได้ฉายหนังฟิล์มใหม่ๆ ไม่มีเส้นฝน ทำให้รู้สึกเหมือนว่า เราเป็นบริการฉายหนังที่ทันสมัยขึ้นมาทันที ส่วนตาเจก็เริ่มมองหาฟิล์มหนังใหม่ๆ เข้ามาประจำหน่วยฉาย

วันหนึ่ง ตาเจก็ซื้อฟิล์มหนังใหม่ๆ ไม่มีเส้นฝนมา ตามปกติผู้ที่จะเปิดซิงหนังใหม่ๆ ก็จะมักเป็นพี่ชายเพื่อนที่ชื่อสมยศนั่นแหละครับ เขาจะเปิดซิงหนังใหม่ก่อนใครเสมอเพราะหน่วยฉายของเขาทันสมัยที่สุด แต่ครั้งนี้ ไม่รู้เป็นอะไร กลายเป็นว่า หน่วยสุดท้องของเพื่อนผมจะได้เป็นคนเปิดซิงฉายหนังล้อมผ้าเก็บสตางค์ก่อนใคร โดยนำไปฉาย 2 เรื่องควบกับหนังเก่าๆ อีกเรื่องหนึ่ง โดยจะให้ ถุยชีวิต หนังที่มาใหม่นี้เป็นหนังเต็ง ผมก็เป็นโฆษกนั่งรถประกาศโฆษณาไปทั่วหมู่บ้านว่า คืนนี้จะฉายหนังเรื่องอะไร หนังก็ยังไม่เคยดู ก็อาศัยอ่านจากข้อความบนใบปิดหนังนั่นแหละครับ

สมัยนั้น คนชอบดูหนังบู๊ๆ แต่ตอนโฆษณาก็เห็นๆ ว่า ถุยชีวิต ไม่ใช่หนังบู๊ ก็กลัวอยู่เหมือนกันว่า จะมีคนอยากดูหรือเปล่า เราเก็บค่าตั๋ว ผู้ใหญ่ 6 บาท เด็ก 4 บาท นี่ก็เป็นครั้งแรกที่จะได้ฉายหนังสีธรรมชาติ สวยๆ กับเขาบ้าง แต่พอฉายไปได้สักพัก หนังก็เปลี่ยนสีเป็นแดงๆ จะเป็นภาพ สรพงศ์ ชาตรี นั่งรถไฟเข้ากรุงเทพฯ และนึกถึงอดีตตอนที่ตนเองยังเป็นครูบ้านนอกจนๆ แต่สรพงศ์นึกนานมากๆ จนฟิล์มเกือบจะหมดม้วน (ม้วนหนึ่งยาว 20 นาที) คนดูก็เริ่มหันมามองที่เครื่องฉายบ่อยๆ บางคนก็ดูไม่ทันรู้ว่า นั่นเป็นฉากนึกถึงความหลังเพราะภาพเปลี่ยนเร็วมาก ก็เข้าใจว่า เอาอีกแล้ว ไอ้พวกนี้ฉายหนังเก่าๆ สีแดงๆ อีกแล้ว ก็พากันลุกหนีทีละคนสองคน คืนนั้นที่พวกเรากะไว้ว่า จะเอา ถุยชีวิต เป็นหนังเต็ง แต่ไปๆ มาๆ  ถุยชีวิต ก็กลายเป็นหนังแถมไปแล้วครับ

หลังจากนั้น เวลาที่ตาเจจะฉายหนังแถมเจ้าภาพ ตาเจก็มักจะพูดว่า เอา “ถุย” ไปแถมก็แล้วกัน.. ถุยชีวิต เป็นเรื่องราวของครูบ้านนอกที่ต้องการหนีความยากจนไปต่อสู้ชีวิตในเมืองหลวง เขาฝันที่จะร่ำรวยกลับมา แต่สังคมเมืองหลวงก็ทำให้ครูคนนั้นต้องกลายเป็นอาชญากร จนเป็นที่มาของคำว่า ถุยชีวิต

ถุยชีวิต นำแสดงโดย สรพงศ์-เนาวรัตน์-เปียทิพย์-สมภพ สร้างโดย อาร์แอนด์อาร์ โปรดักชั่น โดย สุจิวรรณ อุทัยสาง เป็นผู้อำนวยการสร้าง ชุมพร เทพพิทักษ์ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 24 มีนาคม 2522 ที่โรงหนังปารีส-ออสการ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นหนังที่หาดูอีกไม่ได้แล้ว

จาก ถุยชีวิต อยู่มาวันหนึ่ง ก็มีคนมาเสนอขายหนังใหม่ๆ ให้ตาเจอีก แต่มันแปลกตรงที่ว่า มีใบปิดโฆษณาหนังมา 2 ชื่อ ตอนนั้นผมก็ไม่ค่อยจะเข้าใจอะไรนัก คนขายฟิล์มหนังเขาก็บอกว่า จะใช้ชื่อเรื่องอะไรก็ได้ ให้เราเลือกเองเพราะเป็นหนังเรื่องเดียวกัน สมยศพี่ชายเพื่อน เขาเห็นว่าชื่อเรื่อง อาญานรก ดูจะหนักแน่นและบู๊ดี ส่วนชื่อเรื่อง ส.ต.อ.ใจถึง นั้น ดูจะเป็นการเลียนแบบชื่อหนัง ส.ต.ท.บุญถึง ที่ ปิยะ-จารุณี แสดงนำ ก็เลยเลือกเอาชื่อ อาญานรก นี่แหละเพราะถ้าเกิดว่าเอาชื่อ ส.ต.อ.ใจถึง ไปโฆษณาฉาย ก็เกรงว่า คนจะเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่อง ส.ต.ท.บุญถึง แล้วเราก็จะโดนด่าได้

ผมก็เลยมีโอกาสได้ฉาย อาญานรก ล้อมผ้าเก็บสตางค์ครั้งแรก หนังก็ยังไม่เคยดู ก็อาศัยอ่านข้อความจากใบปิดโฆษณา แล้วก็พูดโฆษณาไปตามนั้น แต่พอได้ดูหนังจนจบเรื่อง ก็รู้สึกว่า หนังไม่ค่อยสนุก แม้ชื่อจะออกแนวบู๊ๆ แต่ภาพรวมๆ แล้ว คนดูสมัยนั้นเขาไม่ค่อยชอบ

เรื่องนี้ สมบัติ เมทะนี จะเล่นเป็นพ่อซึ่งเป็นตำรวจตงฉิน แต่ต้องมาจับลูกชายกับลูกสาวที่เป็นคนทำผิดกฎหมาย ฝ่ายพิศมัยซึ่งเป็นแม่ก็เข้าข้างลูกๆ หนังออกแนวเครียดๆ ทำให้คนดูสมัยนั้นไม่ค่อยชอบ แม้จะเป็นฟิล์มหนังใหม่ๆ ไม่มีเส้นก็ตาม อาญานรก จึงอยู่กับพวกเราได้ไม่นาน ตาเจก็ปล่อยฟิล์มขายให้กับบริการหนังกลางแปลงอื่นๆ ต่อไป

อาญานรก นำแสดงโดย สมบัติ-พิศมัย-เนาวรัตน์-ภิญโญไชยยัณห์ สร้างโดย วิรุฬห์ฟิล์ม โดย วรรณพร เป็นผู้อำนวยการสร้าง ถนอมศักดิ์ แก้ววิรุฬห์ ดำเนินงานสร้าง จารึก สงวนพงษ์ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 4 พฤษภาคม 2522 ที่โรงหนังเพชรเอ็มไพร์-เจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันหาหนังดูอีกไม่ได้แล้ว

ส่วน ส.ต.ท.บุญถึง นั้น นำแสดงโดย ปิยะ-จารุณี สร้างโดย อมรรัตน์ภาพยนตร์ โดย อมรรัตน์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง พจน์ ศิริพันธ์ กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 26 พฤษภาคม 2522 ที่โรงหนังเพชรรามา-สามย่าน

สมัยนั้นทั้ง ถุยชีวิตและอาญานรก เป็นหนังที่ผมรู้สึกว่า ไม่ค่อยอยากจะฉายเพราะฉายแล้วรู้สึกเหมือนว่า คนดูจะไม่ค่อยชอบ เขาก็ทนๆ ดูไปยังงั้นเพราะนานๆ จะมีหนังเข้าไปฉายในหมู่บ้านสักครั้ง แต่พอเวลาผ่านไปจนถึงทุกวันนี้ เวลาที่ผมไปตามหาฟิล์มหนังไทยเก่าๆ ผมก็อยากจะเจอหนังสองเรื่องนี้ อยากจะดูอีกสักครั้งว่า ทำไม สมัยก่อน เราถึงไม่ชอบหนังสองเรื่องนี้เลย