Hair Magazine

กากี หนังไทยในอดีต

กากี โดย มนัส กิ่งจันทร์

กากี ชื่อนี้หลายคนคงจะคุ้นเคยดีเพราะเป็นชื่อที่ใช้เรียกผู้หญิงที่ประพฤติตนผิดทำนองคลองธรรมในเชิงชู้สาว กากีนั้นเป็นเรื่องเล่าในวรรณคดีและถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์โดย เอเพ็กซ์ภาพยนตร์และไชโยภาพยนตร์ ครูเนรมิต เป็นผู้กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกวันที่ 27 ธันวาคม 2523 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมไทย-สยาม-อินทรา

ผู้ที่รับบท กากี ก็คือ อำภา ภูษิต นางเอกสาวซึ่งสมัยนั้นเป็นเด็กปั้นของคุณนายแดง จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร ที่กำลังโด่งดังจากหนังเรื่อง สามใบเถา ส่วนพระเอกก็มี 2 คนคือ สรพงศ์ ชาตรี รับบทเป็น คนธรรพ์ และทูน หิรัญทรัพย์ รับบทเป็น พญาครุฑ โดยมี ส.อาสนจินดา รับบทเป็นท้าวพรหมฑัต นอกจากนี้ ยังมีดาราประกอบอีกหลายคน เช่น ดามพ์-ดวงชีวัน-สีเทา-จันทนา-รุจิรา-สุคนธ์

กากี เป็นหญิงสาวสวยที่เกิดจากเวทย์มนต์ของฤๅษีซึ่งบำเพ็ญพรตมาช้านานและเมื่อใกล้จะละสังขารก็นึกอยากจะทดแทนบุญคุณท้าวพรหมฑัต  ฤๅษีจึงเสกดอกมณฑาทองให้เป็นสตรีนางหนึ่งเพื่อให้เป็นบุตรีของท้าวพรหมฑัต แต่เมื่อท้าวพรหมฑัตแลเห็นรูปโฉมโนมพรรณของกากีแล้ว ก็เกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน ไม่อยากจะได้กากีเป็นบุตร แต่อยากจะได้ไว้เป็นมเหสี แม้ว่าตนจะเฒ่าชแรแก่ชรามากแล้ว แต่ฤๅษีก็ดำเนินการให้ตามคำขอ

กากี แม้จะเป็นมเหสีของท้าวพรหมฑัต แต่ในความเป็นจริง เจ้าผู้ครองเมืองกลับทำได้แค่เพียงลูบๆ คลำๆ กากีผู้เลอโฉมเท่านั้นเพราะสังขารไม่เอื้ออำนวย ขณะที่คนธรรพ์ผู้ใกล้ชิดก็ได้แต่พร่ำพรรณนาสัพยอก หยอกเอินกากีด้วยเสียงเพลง เสียงพิณจนนางสะท้านใจ

ต้นเรื่องของคำประณาม กากี ก็เกิดขึ้นเมื่อพญาครุฑปลอมตัวเป็นหนุ่มรูปงามมาเล่นทอดสกากับท้าวพรหมฑัตและเกิดชอบใจกากีมเหสีท้าวพรหมฑัตถึงขนาดลงทุนฉุดกากีบินหนีสู่วิมานแมนซึ่งยากที่มนุษย์ปุถุชนธรรมดาจะตามไปถึงได้ สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับท้าวพรหมฑัตเป็นอย่างมาก

เมื่อกากีไปอยู่วิมานแมนกับพญาครุฑ ก็ใช่ว่ากากีจะยินยอมพร้อมใจเพราะยังยึดมั่นในความเป็นมเหสีของท้าวพรหมฑัต แต่ก็มิอาจทัดทานพลังมหาศาลของพญาครุฑได้ พญาครุฑนั้นแม้จะฉุดกากีไปแล้ว แต่ก็ยังทำทีปลอมตัวมาเล่นทอดสกากับท้าวพรหมฑัตเสมือนหนึ่งมิได้มีอะไรเกิดอะไรขึ้น

คนธรรพ์นั้นมั่นใจว่า พญาครุฑเป็นผู้ที่ฉุดกากีไป ครั้นเมื่อเล่นทอดสกาเสร็จแล้ว ขณะที่พญาครุฑแปลงกายจะบินกลับวิมานแมน คนธรรพ์ก็เสกคาถาย่อตัวเองเล็กลงเท่าตัวไรและบินไปเกาะขนปีกพญาครุฑเพื่อติดตามพญาครุฑสู่วิมานแมนทันที

เมื่อไปถึงวิมานแมน คนธรรพ์ก็กลายร่างกลับดั่งเดิม กากีเห็นก็ดีใจที่คนธรรพ์มาช่วย แต่คนธรรพ์ก็ไม่สามารถจะนำตัวกากีกลับออกจากวิมานแมนได้เพราะอยู่ห่างไกลมาก ความรักของคนธรรพ์ที่มีต่อกากีประกอบกับความเหงาของกากีที่มีเป็นทุนเดิม ก็ทำให้ทั้งสองได้เสียกัน ครั้นถึงวันที่พญาครุฑจะบินกลับไปเล่นทอดสกากับท้าวพรหมฑัตอีก คนธรรพ์ก็แปลงกายย่อตัวเช่นเดิมและเกาะปีกพญาครุฑติดตามลงมาด้วย

 ระหว่างเล่นทอดสกานั้น ท้าวพรหมฑัตก็ขอให้คนธรรพ์ประลองฝีปากคำกลอนกับพญาครุฑ คนธรรพ์ก็ร่ายคำกลอนเชิงเย้ยหยันพญาครุฑเรื่องที่ตนเองได้เสียกับกากี สร้างความขบขันให้กับท้าวพรหมฑัตเป็นอย่างมาก แต่กลับทำให้พญาครุฑหัวเสีย เผลอแสดงธาตุแท้ของตนออกมาทันที จากนั้นพญาครุฑก็บินกลับสู่วิมานแมน เมื่อพบหน้ากากีก็สุดจะทนต่อความมากรักหลายชายได้ จึงถีบส่งกากีกลับคืนยังโลกมนุษย์  แม้ท้าวพรหมฑัตจะได้ตัวกากีมเหสีกลับคืนมาแล้ว แต่ก็หาได้มีความสุขไม่เพราะจิตยังพะวงอยู่แต่ว่า กากีนั้นมากชู้หลายชาย จึงลงโทษให้ถ่วงน้ำลอยแพกากีไปตามยถาธรรม

โชคดียังดีที่กากีพ้นจากภัยมรสุมทะเล แต่แพก็ลอยไปติดยังเกาะโจรสลัดซึ่งมีแต่หนุ่มๆ กลัดมัน เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของกากีก็เกิดการทะเลาะแย่งชิงกัน ฝ่ายท้าวพรหมฑัตเกิดได้สำนึกว่า กากีมิได้ชั่วเพราะใจตน หากแต่เกิดจากชายอื่นหมายปองกากีต่างหาก จึงอภัยโทษให้กากีและมีบัญชาให้คนธรรพ์นำกองทัพออกไปรับตัวกากีกับวังพร้อมกับยกเมืองให้คนธรรพ์กับกากีครอบครองร่วมกับสืบไป คนธรรพ์ออกตามหากากีและไปพบกากีขณะที่กำลังวิ่งหนีกลุ่มโจรสลัดกลัดมันและช่วยเหลือกลับมาได้สำเร็จ นี่คือ ที่มาของคำประณามหญิงว่า กากี ซึ่งหากเราดูจากหนังหรือฟังเรื่องเล่าเก่าๆ แล้ว ก็จะเห็นว่า ความผิดพลาดของกากีนั้น มิได้เกิดขึ้นจากตัวกากีฝ่ายเดียว ก็ทำนองที่ว่า ตบมือข้างเดียวไม่ดังนั่นแหละ สภาวะจำยอมกับเหตุการณ์บังคับนั่นเองที่ทำให้เกิดกรณีกากีขึ้นมา

เรื่องราวของ กากี นั้น นอกจากจะมีการนำไปแต่งล้อเป็นเพลง นำไปแสดงละครโทรทัศน์และสร้างเป็นภาพยนตร์แล้ว ประเทศกัมพูชาก็เคยสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน นำแสดงโดย ติ๊ด กิจจาดานี-โซ ฮาน-วัน วรรณะ และเข้ามาฉายที่โรงหนังนิวบรอดเวย์ กรุงเทพฯ